คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1091/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแปลงหนี้ใหม่ที่สมบูรณ์นั้น แม้ลูกหนี้จะผิดสัญญา เจ้าหนี้จะขอเลิกสัญญาและบังคับตามหนี้เดิมไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
การโอนหนี้ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือย่อมไม่สมบูรณ์ การแปลงหนี้ซึ่งไม่สมบูรณ์ในบางส่วนนั้น ถ้าหากว่าส่วนอื่นแยกออกต่างหากจากส่วนที่ไม่สมบูรณ์ได้ ส่วนอื่นก็เป็นการแปลงหนี้ที่สมบูรณ์ เมื่อแปลงหนี้ใหม่แล้วถึงแม้ลูกหนี้ผิดสัญญา เจ้าหนี้จะขอเลิกสัญญา และขอให้บังคับตามหนี้เดิมไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยได้กู้เงินจาก อ.ไป ๑๕๐๐ บาท โจทก์กับ ม.เป็นผู้ค้ำประกันโจทก์ต้องใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ยรวม ๒๒๖๘ บาท ๗๕ สตางค์ ให้แก่ อ.แทนจำเลยในฐานะเป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยจึงตกลงจะโอนนาของจำเลยและจำเลยพูดตกลงจะโอนหนี้รายที่จำเลยเป็นเจ้าหนี้ ร.อยู่ ๕๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ กับ ล.ผู้ค้ำประกันร่วมกับโจทก์ยอมรับใช้เงินให้โจทก์อีก ๗๐๐ บาทโดยคู่กรณีเจตนา ระงับความผูกพันเดิม ครั้นเวลาไปโอนที่นาของจำเลยให้โจทก์ตามสัญญาปรากฎว่าที่นาขาดจำนวนไปจากที่ตกลงกันไว้ ๙ ไร่เศษ โจทก์จึงไม่ยอมรับโอนแต่จำเลยรับรองจะหากี่แปลงอื่นมาใช้จนครบ โจทก์จึงยอมรับโอน บัดนี้จำเลยไม่ยอมหานาที่ขาดมาให้โจทก์ทั้งไม่โอนหนี้รายที่เป็นเจ้าหนี้ ร.ให้แก่โจทก์ด้วย โจทก์เห็นว่าเป็นการผิดสัญญา โจทก์มีสิทธิเลิกสัญญาได้ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยโอนที่นาคืนแล้วใช้เงินที่โจทก์ต้องใช้แทนจำเลยไป ๒๒๖๘ บาท ๗๕ สตางค์
ศาลเดิมพิพากษาให้จำเลยใช้หนี้เงินรายนางรอง ๕๐๐ บาท ๗๕ สตางค์กับราคาที่นาคิดเฉลี่ยตามส่วนที่ขาด ๒๖๐ บาท ๓ สตางค์แก่โจทก์ ส่วนคำขอให้จำเลยรับโอนที่ดินคืนนั้นให้ยกเสีย
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาเห็นว่าพฤตติการณ์ที่ศาลล่าง+มานั้นเป็นที่เห็นได้ว่า โจทก์จำเลยมีเจตนา มุ่งจะระงับหนี้เดิมแลก่อให้เกิดความผูกพันขึ้นใหม่การตกลงกันเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้นี้ต้องด้วยลักษณแปลงหนี้ใหม่ตาม ม.๓๔๙ แต่คดีปรากฎว่าการตกลงโอนหนี้ราย ร.ลูกหนี้มิได้ทำเป็นหนังสือไม่สมบูรณ์ตาม ม.๓๐๖ การแปลงหนี้ในส่วนนี้จึงไม่เกิดขึ้นตามมาตรา ๓๕+ หนี้เดิมในส่วนหนี้รายนี้ยังคงอยู่ซึ่งโจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกได้ ส่วนการแปลงหนี้ส่วนอื่นนั้นแยกออกต่างหากจากหนี้ราย ร.ลูกหนี้และเป็นการสมบูรณ์ตามกฎหมาย ย.แล้วหนี้เดิมในส่วนนั้นจึงระงับไปแลเกิดหนี้ขึ้นใหม่ แม้จำเลยผู้เป็นลูกหนี้จะผิดสัญญาก็ไม่มีกฎหมายให้อำนาจโจทก์ที่จะบอกเลิกหนี้ใหม่ แลขอให้บังคับตามหนี้เก่าได้ โจทก์จึงขอให้บังคับตามหนี้เก่าได้ โจทก์จึงขอให้บังคับตามหนี้เก่าได้ฉะเพาะส่วนการโอนหนี้รายของ ร.แต่ผลบังคับก็คงเป็นอย่างเดียวกับคำตัดสินศาลล่าง จึงพิพากษาให้ยืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1091/2477
นางสาวเลื้อน เศวตกนิษฐ โจทก์
นางแพ ไทยวงษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวเลื้อน เศวตกนิษฐ · จำเลย - นางแพ ไทยวงษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรหม · กฤต · อมาตย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา