คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำหน่ายคดีในระหว่างที่จำเลยยังไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และส่งหมายให้จำเลยแก้ฎีกาไม่ได้ ศาลฎีกาจะสั่งจำหน่ายคดีเสียชั่วคราว และจะพิจารณาคดีต่อไปเมื่อได้ตัวจำเลยมาฟังคำพิพากษาและสั่งสำเนาฎีกาให้จำเลยแก้แล้ว
ย่อคำพิพากษา
จำหน่ายคดีตัดสินจำเลยยังไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และส่งหมายให้จำเลยแก้ฎีกาไม่ได้ ศาลฎีกาสั่งจำหน่ายคดีเสียชั่วคราว ต่อเมื่อได้ตัวจำเลยมาฟังคำพิพากษาและสั่งสำเนาฎีกาให้จำเลยแก้แล้วจึงจะพิจารณาได้ต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย แต่ปรากฎว่าจำเลยยังมิได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธร์ และส่งหมายให้จำลยแก้ฎีกาไม่ได้
ศาลฎีกาเห็นว่า ควรงดการพิจารณาไว้ จึงสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบส่งสำนวนคืนไปศาลเดิม เมือได้ตัวจำเลยมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และส่งสำเนาฎีกาให้จำเลยแก้แล้ว ให้ลงสำนวนคืนมายังศาลฎีกา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2477
กรมอัยยการ โจทก์
นายอู๋ สามสง่า จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมอัยยการ · จำเลย - นายอู๋ สามสง่า |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย์ · พรหม · กฤต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา