คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1156/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโฆษณากล่าวถึงการดำเนินในศาลต้องกระทำโดยสุจริตจึงจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอาญา และการโฆษณาหมิ่นประมาทจะมีความผิดเมื่อเกิดความเสียหายที่ทำให้ผู้อื่นดูหมิ่นเกลียดชังผู้ถูกหมิ่นประมาท
ย่อคำพิพากษา
การโฆษนากล่าวถึงการดำเนิรในโรงศาลต้องกระทำไปโดยสุจริตจึงจะได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายลักษณอาชญาตามมาตรา 283(4) ในคดีหมิ่นประมาทศาลจะต้องพิเคราะห์ข้อความที่กล่าวโฆษนานั้นทั้งหมดรวมกันจะดูฉะเพาะบางคำไม่ได้ แต่เมื่อลงโฆษนาข้อความพาดหัวไว้ตอนหนึ่งและแยกลงท้องเรื่องอีกตอนหนึ่งไม่ติดต่อกันแล้วศาลอาจจะพิเคราะห็ข้อความแยกจากกันได้ การโฆษนาหมิ่นประมาทนั้นจะต้องเกิดการเสียหายอาจทำให้คนทั้งหลายดูหมิ่นเกลียดชังผู้ถูกหมิ่นประมาทด้วย จึงจะเป็นการผิดกฎหมายบรรณาธิการและเจ้าของหนังสือพิมพ์ต้องรับผิดในทางอาชญาในการที่หนังสือพิมพ์ของตนลงข่าวโฆษนาหมิ่นประมาทผู้อื่น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติสมุดเอกสารและหนังสือพิมพ์ พ.ศ.2470 ม.33
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยทั้ง ๒ เป็นเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ซึ่งลงข่าวคำให้การในศาลในคดีที่เกี่ยวกับจำเลยและเจ้าทุกข์ในคดีนี้ มีคำพาดหัวว่า"หลวงสารา(ผู้ร้องทุกข์) เหยียบย่ำเกียรติทหาร" คำพาดหัวนั้นเป็นคำประพันธ์ของจำเลยเองซึ่งลงไว้ในน่า ๑ และเป็นคนละใจความหาตรงกับคำให้การซึ่งจำเลยนำลงนั้นไม่
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อคำพาดหัวนั้นเป็นคำประพันธ์ของจำเลยและคำให้การในศาลที่ลงนั้นก็หามีข้อความอย่างใดที่แสดงว่าผู้ร้องทุกข์เป็นผู้เหยียบย่ำเกียรติทหารไม่ เช่นนี้เป็นข้อส่อให้เห็นเจตนาของจำเลยว่าตั้งใจโฆษนาใส่ความผู้ร้องทุกข์โดยไม่สุจริต จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายลักษณอาชญา ม.๒๘๓(๔) การที่จำเลยนำสืบอธิบานว่าวิธีเขียนคำพาดหัวเป็นอุบายของการค้าหนังสือพิมพ์อย่างหนึ่ง เพื่อชักชวนให้ประชาชนซื้อหนังสือพิมพ์มากมากนั้น ก็เป็นข้อส่งเสริมให้เห็นว่าจำเลยตั้งใจปั้นความขึ้นโดยหวังผลประโยชน์ในการค้า โดยวิธีปั้นข้อความใส่ร้ายผู้อื่นเพื่อให้คนทั้งหลายตื่นเต้นเป็นข้อประกอบให้เห็นเจตนาใส่ความเขายิ่งขึ้น อนึ่งแม้ในเรื่องหมิ่นประมาทจะต้องพิเคราะห์ข้อความทั้งหมดรวมกันจะดูฉะเพาะคำบางคำไม่ได้ก็ดี แต่ในคดีนี้จำเลยลงโฆษนาข้อความพาดหัวไว้ตอนหนึ่งแล้วแยกลงท้องเรื่องอีกตอนหนึ่ง ไม่ติดต่อกันดังนี้จึงชอบที่จะต้องพิเคราะห์ข้อความแยกจากกันและเมื่อข้อความพาดหัวกัวไม่ตรงกับท้องเรื่อง จำเลยก็ต้องรับผิดในคำพาดหัวซึ่งเป็นคำประพันธ์ของจำเลยโดยฉะเพาะและเห็นว่าคำประพันธ์ของจำเลยโดยฉะเพาะและเห็นว่าคำประพันธ์ของจำเลยนั้นเป็นคำหมิ่นประมาทอยู่ในตัวและเจ้าทุกข์ย่อมได้รับความเสียหาย เพราะอาจทำให้คนทั้งหลายดูหมิ่นและเกลียดชังได้ จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณอาชญามาตรา ๒๘๒ ประกอบด้วย พ.ร.บ.สมุดเอกสารและหนังสือพิมพ์ พ.ศ.๒๔๗๐ ม.๓๓
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1156/2477
ตำรวจนครบาล โจทก์
นายดาบเข้า ชวนะกุล,นายกิมเสง ประสังสิต จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ตำรวจนครบาล · จำเลย - นายดาบเข้า ชวนะกุล,นายกิมเสง ประสังสิต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กฤต · นล · อมาตย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา