คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 138/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้นั้น ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ได้จากการสืบพยาน หากข้อเท็จจริงเพียงพอแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องสืบพยานเพิ่มเติมอีก
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงแห่งคดีพอวินิจฉัยได้แล้วก็ตัดสินได้ทีเดียว ไม่จำเป็นต้องสืบพะยานอีก พะยานการนำสืบฟ้องขอให้ลงโทษฐานบุกรุกทำให้เสียทรัพย์ทางอาชญาแต่โจทก์ขอสืบในเรื่องสิทธิในทางเดิน ไม่ได้ขอสืบเจตนาหรือความบังอาจอันจะเป็นผิดทางอาชญาศาลไม่จำเป็นต้องให้สืบ่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า ส. โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินอยู่ข้างหน้า จำเลยอยู่ข้างใน จำเลยเคยเดินเข้าออกผ่านที่โจทก์อยู่ก่อนแล้วบัดนี้โจทก์ทำห้องแถวปิดทางพิพาทนี้เสียจำเลยจึงรื้อห้องแถวที่โจทก์ทำปิดทางฉะเพาะเป็นทางเดินได้ โจทก์จึงขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณอาชญามาตรา ๓๒๔-๓๒๗-๓๒๘
ข้อที่คู่ความโต้เถียงกันคือบางพิพาทเป็นทางสาธารณหรือไม่ใช่ โจทก์จะขอสืบว่าไม่ใช่ทางสาธารณหรือไม่ใช่ โจทก์จะขอสืบว่าไม่ใช่ทางสาธารณมีทางอื่นเดินเข้าออกได้อีก
ศาลล่างเห็นว่าคดีไม่เป็นอาชญาเป็นเรื่องพิพาทกันด้วยทางเดินจึงให้ยกฟ้องโจท์โดยไม่สืบพะยาน
โจทก์ฎีกาว่าศาลยกฟ้องโจทก์โดยไม่สืบพะยานไม่ชอบ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อศาลเดิมเห็นว่าข้อเท็จจริงพิวินิจฉัยคดีได้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องสืบพะยานอีก อนึ่งข้อที่โจทก์จะขอสืบก็เกี่ยวแต่ฉะเพาะสิทธิในทางเดินไม่ใช่สืบเจตนาหรือความบังอาจอันจะแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีผิดทางอาชญา จึงตัดสินยืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 138/2477
ตำรวจนครบาล นายเสง นางกีหรือสังวาลย์ โจทก์
นายเฉย เล็กเลิศ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ตำรวจนครบาล นายเสง นางกีหรือสังวาลย์ · จำเลย - นายเฉย เล็กเลิศ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย์ · กฤต · พรหม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา