คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 173/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ฝ่ายหนึ่งให้ทรัพย์สินแก่ฝ่ายอื่นไว้เป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญา ยังไม่ถือว่าสัญญาได้สิ้นสุดลงจนกว่าจะมีการปฏิบัติตามข้อตกลงนั้นเสร็จสิ้น.
ย่อคำพิพากษา
สัญญา ฝ่ายหนึ่งให้ทรัพย์แก่อีก ฝ่ายหนึ่งไว้เป็นประกันในการที่ตนตกลง จะปลูกเรือนให้แก่บุคคลที่ 3 ในระวางเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลง ผลผูกพันของสัญญายังหาหมดสิ้นไปไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าชั้นแรกเมื่อโจทก์ขอบุตรีจำเลยให้เป็นภรรยาบุตร์โจทก์ จำเลยเรียกเอาเรือนหอด้วย แต่เรือนนั้นหาได้ปลูกขึ้นเมื่อบุตร์โจทก์จำเลยทำการสมรสกันไม่ ครั้นเสร็จจากพิธีการสมรสแล้ว โจทก์จึงได้มอบเงิน 600 บาทให้จำเลยไว้เป็นประกันค่าปลูกเรือนสำหรับคู่สมรสอยู่ต่อไป แต่จนบัดนี้โจทก์ก็ยังมิได้ปลูกเรือนนั้น โจทก์ฟ้องเรียกเงิน 600 บาทคืนจากจำเลย จึงมีปัญหาว่าโจทก์จะมีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อปรากฎว่าเงินนี้เป็นเงินประกันการที่โจทก์จะต้องปลูกเรือนหอให้ บุตร์โจทก์จำเลย ฉะนั้นแม้บุตร์โจทก์จำเลยจะแต่งงานกันแล้วก็ดี อำนาจแลหน้าทีของโจทก์จำเลยในฐานเป็นคู่สัญญาก็หาหมดสิ้นไปไม่ แต่เมื่อโจทก์ก็ยังไม่มีสิทธิจะฟ้องเรียกเงินประกันรายนี้คืนจากจำเลยได้จึงให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 173/2477
นายต่วน โจทก์
นายต่วนหริ่มที่ 1 นางริ้วที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายต่วน · จำเลย - นายต่วนหริ่มที่ 1 นางริ้วที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · กฤต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา