คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานชิงทรัพย์จะสำเร็จได้ แม้เพียงจะมีการขู่เข็ญว่าจะทำร้ายร่างกายก็ตาม การทำร้ายร่างกายจริงจังไม่เป็นองค์ประกอบที่จำเป็นของความผิดฐานชิงทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานชิงทรัพย์นั้นไม่จำเป็นต้องมีการทำร้ายจริงจัง เพียงจะทำร้ายก็เป็นความผิดได้ ตัดสิน คำรับของจำเลยโจทก์ฟ้องว่าแย่งชิงแลทำร้าย บาดเจ็บ จำเลยรับว่าแย่งชิงจริง ศาลลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ได้พิจารณาอาชญา หน้าที่นำสืบ เมื่อจำเลยรับว่าแย่งชิงโจทก์ก็ไม่จำเป็นต้องสืบว่าจำเลยได้ทำร้ายเจ้าทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยแย่งชิงเข็มขัดของ ป. แลใช้มีดทำร้าย ป.บาดเจ็บขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๘ แล ๓๐๐
จำเลยรับว่าได้แย่งชิงเข็มขัดของ ป.จริงแต่ไม่ได้ทำร้าย ป.
โจทก์ไม่สืบพะยานในข้อจำเลยทำร้ายเจ้าทรัพย์
ศาลล่างทั้ง ๒ ลงโทษจำเลยฐานวิ่งราวตามมาตรา ๒๙๗
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา ๒๙๘
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยรับว่าได้แย่งชิงทรัพย์ไปจริง ก็เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา ๒๙๘ ได้ ไม่จำต้องได้มีการทำร้ายเจ้าทรัพย์ เพียงแต่ขู่เข็ญจะทำร้ายก็เป็นความผิดฐานนี้ได้ จึงให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๙๘
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2477
อัยยการนครปฐม โจทก์
นายอู๋ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครปฐม · จำเลย - นายอู๋ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · มนธา · พลางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา