คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 217/2477
ย่อคำพิพากษา
จำเลยต้องคำพิพากษา 2 สำนวน สำนวนหนึ่ง ๆ จำคุกไม่เกิน 6 เดือนแต่นับโทษต่อกัน จะถือว่าต้องโทษเกิน 6 เดือนตามมาตรา 73 ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรแลว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแล้วขอให้เพิ่มโทษ
ศาลเดิมให้ลงโทษจำคุกจำเลยแลเพิ่มโทษตามมาตรา ๗๒๕ อีก ๑ ใน ๓
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาขอให้เพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา ๗๓
ศาลฎีกาเห็นว่าคดีก่อนนั้นจำเลยต้องโทษเป็น ๒ สำนวนเป็นกิจลักษณกล่าวคือสำนวนคดีแดงที่ ๒๘๙/๒๔๗๔ มีหมายแดงจ้างโทษ ๖ เดือนแลสำนวนคดีแดงที่ ๒๙๐/๒๔๗๔ ก็มีหมายแดงแจ้งโทษ ๖ เดือน แต่ในหมายแดงแจ้งโทษเมื่อตัดสินเด็ดขาดแห่งคดีแดงที่ ๒๙๐/๒๔๗๔ ปรากฎว่าให้นับโทษตั้งแต่วันพ้นโทษคดีแดงที่ ๒๘๙/๒๔๗๔ เป็นต้นไป เช่นนี้เป็นเรื่องที่ศาลกำหนดให้นับง่าย ๆ โดยแจ้งไปว่าให้นับแต่วันพ้นโทษคดีแดงที่ ๒๘๙/๒๔๗๔ แทนการบอกให้ นับตั้งแต่วันที่เท่าใด เดือนใดแลปีใด แลจะถือเป็นโทษติดต่อรวดเดียวกันว่า จำเลยต้องโทษจำคุก ๑๒ เดือนตามที่โจทก์ค้านไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้เพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา ๗๒
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 217/2477
อัยยการนครพนม โจทก์
นายเปียก คำนนท์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครพนม · จำเลย - นายเปียก คำนนท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · พรหม · กฤต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา