คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 248/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยยกเว้นข้อหาเพิ่มโทษจำเลย ถือเป็นการแก้ไขมาก คู่ความจึงมีสิทธิฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ย่อคำพิพากษา
แก้มาก ศาลเดิมตัดสินลงโทษจำเลยตามมาตรา 2583 กับให้เพิ่มโทษจำเลยตาม ม.72 อีกด้วย แต่ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ให้ยกฉะเพาะข้อเพิ่มโทษจำเลยเสียดังนี้ เป็นการแก้ไขมากคู่ความมีสิทธิฎีกาในข้อเท็จจริงได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๕๓ ให้จำคุกไว้ ๒ ปีกับให้เพิ่มโทษตามมาตรา ๗๒ อีก ๑ ใน ๓ รวมเป็นโทษ ๒ ปี ๘ เดือน
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยพ้นโทษครั้งแรกมากว่า ๕ ปี แล้วฉะนั้นจะเพิ่มโทษตามมาตรา ๗๒ ไม่ได้ จึงให้ยกข้อเพิ่มโทษเสียนอกจากนี้ยืนตาม
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเพิ่มโทษหรือไม่เพิ่มเป็นประเด็นสำคัญในคดีควรวินิจฉัยว่าศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ศาลเดิมมากคู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา ๓ แห่ง พระราชบัญญัติลักษณฎีกาอุทธรณ์ แลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยพ้นโทษครั้งแรกมายังไม่เกิน ๕ ปี จึงให้ลงโทษแลเพิ่มโทษจำเลยตามศาลเดิม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 248/2477
อัยยการชุมพร โจทก์
นายเที่ยง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการชุมพร · จำเลย - นายเที่ยง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · พรหม · อมาตย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา