คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 396/2477
ย่อคำพิพากษา
ลักษณพะยาน ความจะขอสืบหักล้างกรมธรรม์สัญญาได้เพียงไร จำเลยทำ กรมธรรม์สัญญาจำนองไว้กับโจทก์ จำเลย+ว่าได้ทำไว้จริง แต่+ขอนำสืบว่าไม่ได้รับเงินเพราะได้สมรู้กับโจทก์ทำ+เพื่อฉ้อเจ้าหนี้ของจำเลย+นี้ ย่อมนำสืบได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้จำเลยได้ทำกรมธรรม์สัญญาจำนองไว้กับโจทก์จำเลยผิดสัญญา โจทก์จึงฟ้องขอให้ใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่ากรมธรรม์สัญญาจำนอง +๔ ฉะบบับนี้จำเลยได้ทำให้โจทก์ไว้จริง แต่จำเลยไม่ได้รับเงินเพราะได้สมรู้กับโจทก์ทำขึ้นเพื่อฉ้อเจ้าหนี้จำเลย
ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาว่าจำเลยจะนำพะยานมาสืบตามข้อต่อสู้ไม่ได้ ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์
จำเลยฎีกาว่าจำเลยนำพะยานมาสืบตามข้อต่อสู้ได้ตามประมวลแพ่ง ฯ มาตรา ๑๑๘
ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาจำเลยฟังขึ้นเพราะถ้าจริงคู่กรณีสมรู้ทำกันขึ้นเพื่อเจตนาลงแล้วสัญญานี้ก็เป็นโมฆะ จึงพิพากษาให้ศาลเดิมสืบพะยานโจทก์จำเลยแล้วตัดสินไปตามรูปความ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 396/2477
นางเทศ หงสเวส โจทก์
นายเบี้ยว นาคสวัสดิ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเทศ หงสเวส · จำเลย - นายเบี้ยว นาคสวัสดิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · อมาตย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา