คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 508/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ป้องกันทรัพย์สินเกินกว่าเหตุอันควร อาจไม่ได้รับการยกเว้นโทษตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
พฤตติการณ์อย่างไรฟังว่าเป็นการป้องกันทรัพย์เกินสมควรแก่เหตุใช้ปืนยิงผู้ร้ายที่ลักข้าวไปเพียงหาบเดียวเป็นการป้องกันทรัพย์เกินสมควรกว่าเหตุ ดุลยพินิจในการรอการลงอาชญา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้แลเห็นผู้ร้ายลักข้าวหาบออกจากลานนวดข้าวของจำเลยไป จำเลยจึงถือปืนไล่ตามแลร้องถามว่าใครหาบข้าวไป ผู้ร้ายไม่พูดยังเดินเรื่อยไปห่างจากจำเลยประมาณ ๑๐ วาเศษ จำเลยก็ยิงปืนไป ๑ นัด ถูกผู้ร้ายมีบาดแผลที่ต้นคอซ้าย ๒ แห่ง แลแก้มซ้ายอีก ๑ แห่ง เมื่อผู้ร้ายยุบตัวลง จำเลยเดินเข้าไปใกล้ผู้ร้าย ๆ ลุกขึ้นเงื้อไม้คานจะตี จำเลยจึงเอาพานท้ายปืนตีผู้ร้าย ๕ ทีเป็นบาดแผลฟกซ้ำดำเขียวแลหนังขาดหนึ่งแห่ง
ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้ร้ายขะโมยข้าวหายเดียวเท่านี้เห็นว่าจำเลยได้กระทำการป้องกันทรัพยืเกินสมควรแก่เหตุมาแต่ต้นแล้ว จึงควรมีผิดตามกฎหมายลักษณอาชญามาตรา ๒๔๙-๖๐ แล ๕๓ แต่เห็นว่าจำเลยกระทำผิดเวลากลางคืนในที่มืดป่าพง จึงพิพากษาให้จำคุกจำเลย ๑ ปี แลให้รอการลงอาชญาไว้ตามมาตรา ๔๑
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 508/2477
อัยยการพิจิตร์ โจทก์
นายเกิด ก้อนทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพิจิตร์ · จำเลย - นายเกิด ก้อนทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย · กฤต · อิศร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา