คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 681/2477
ย่อคำพิพากษา
ศาลเดิมจำคุกจำเลยตามมาตรา 297-2936 แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 293 ซึ่งเป็นบทหนักกำหนด 2 ปีศาลอุทธรณ์ยืนในข้อกำหนดโทษแต่ให้แก้บทลงโทษตาม ม.297 บทเดียวเป็นแก้น้อยโจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ปัญหาที่ว่าตามข้อเท็จจริงควรฟังว่าจำเลยสมคบกันกระทำผิดควรลงโทษฐานปล้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลเดิมพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด,านวิ่งราวทรัพย์ประกอบด้วยมีพรรคพวกแลมีอาวุธตามมาตรา ๒๙๗-๒๙+ ให้จำคุกตามมาตรา ๒๙๓ ซึ่งเป็นบทที่หนักมีกำหนดคนละ ๒ ปี
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีผิดฐานวิ่งราวตามมาตรา ๒๙๗ บทเดียวแต่ให้จำคุกคนละ ๒ ปี ตามศาลเดิม
โจทก์ฎีกาว่าตามข้อเท็จจริงควรฟังว่าจำเลยสมคับกับพวกกระทำความผิดควรลงโทษฐานปล้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อยโจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องห้ามตามพ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์มาตรา ๓ ให้ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 681/2477
อัยยการนครนายก โจทก์
นายพุด แช่มชื่น จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครนายก · จำเลย - นายพุด แช่มชื่น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · พรหม · อมาตย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา