คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91-92/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพยานที่ให้การในการพิจารณาซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ แต่หากยังมีคำพยานอื่นที่ชอบด้วยกฎหมายเพียงพอ ศาลมีอำนาจตัดสินคดีโดยอาศัยคำพยานนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
พะยาน คำพะยานที่ให้การไว้ในการพิจารณาซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยผู้พิพากษานั่งไม่ครบคณะนั้น จะฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ ตัดสิน เมื่อคำพะยานปากใดฟังไม่ได้ แต่ยังมีคำพะยานอื่น ๆ พอจะฟังได้โดย+ด้วยกฎหมายแล้ว ศาลมีอำนาจจะตัดสินคดีโดยอาศัยคำพะยานอื่น ๆ นั้นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลล่างทั้ง ๒ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้เป็นผู้ร้ายปล้นทรัพย์ของ จ. ไป มีความผิดตามมาตรา ๓๐๑ ให้จำคุกไว้คนละ ๑๕ ปี
จำเลยฎีกาว่าคดีนี้ได้เคยขึ้นมาสู่ศาลฎีกาครั้ง ๑ แล้ว ศาลฎีกาสั่งให้ยกคำพิพากษาศาลเดิมเสียเพราะผู้พิพากษานั่งไม่ครบคณะ แลให้ศาลเดิมพิจารณาพิพากษาใหม่ แต่ในการพิจารณาพิพากษาครั้งหลังนี้ ศาลเดิมฟังเอาคำพะยานซึ่งให้การไว้ครั้งก่อน แต่ไม่ได้ตัวมาพิจารณาในชั้นหลังมาลงโทษจำเลยเป็นการไม่ชอบ
ศาลฎีกาตัดสินว่าฎีกาจำเลยฟังขึ้น แต่พะยานอื่น ๆ ของโจทก์ยังมีพอฟังลงโทษจำเลยได้แล้วจึงตัดสินยืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91 - 92/2477
อัยยการนครปฐม โจทก์
นายเพิ่ม อ่วมมี นายสก สร้อยสุข นายมาก บุญช่วย นายผาด คำทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครปฐม · จำเลย - นายเพิ่ม อ่วมมี นายสก สร้อยสุข นายมาก บุญช่วย นายผาด คำทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย์ · พรหม · กฤต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา