คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2446/2478
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต แม้จะอ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อลงโทษเจ้าของทรัพย์ ก็ยังถือว่าเป็นการกระทำผิดฐานยักยอก
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยกระทำความผิดฐานยักยอก ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานยักยอกได้ แม้ในคำฟ้องจะขอให้ลงโทษในความผิดฐานลักทรัพย์ก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยจับเจ้าทุกข์แลเนื้อสุกรของกลางไปโดยหาว่า+ฆ่าสุกรโดยมิได้รับอนุญาตเจ้าทุกข์ก็ยินยอมโดยดี แล้วจำเลยเอาสุกรไปกินเสียเองมีผิดฐานยักยอกตาม ม.314
วิธีพิจารณาความอาญา ฟ้อง,ตัดสิน
ความผิดประเภทเดียวกันฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์พิจารณาได้ความว่าจำเลยมีผิดฐานยักยอก ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานยักยอกได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยเป็นนายตรวจสุราได้จับตัว ล. แลเนื้อสุกรโดยหาว่าฆ่าสุกร แลขายสุกรโดยมิได้รับอนุญาต ล.ก็ยินยอมโดยดี จำเลยเป็นผู้คุมตัว ล. และ พ.เป็นผู้หาบสุกร ระหว่างทางจำเลยได้หยิบขาสุกรขึ้นมาขาหนึ่ง ส่งให้ พ. ไปต้มให้จำเลยกิน แล้วจำเลยก็พาตัว ล.ไปส่งที่บ้านกำนัน ปรากฎว่าสุกรนั้นตายเอง แล ล.ก็ไม่ได้เอาไปขาย ล.จึงร้องต่อเจ้าพนักงานขึ้นโจทก์จึงฟ้องศาลขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๒๗ - ๒๗๐ - ๒๘๘ - ๓๐๔ - ๗๑
ศาลเดิมพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีผิดฐานยักยอกตาม ม.๓๑๔ ให้จำคุก ๓ เดือนแต่ให้รอการลงอาญาไว้
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยจับตัว ล. กับสุกรของกลางมา ล. ก็ยินยอมโดยดี ความครอบครองยึดถือสุกรย่อมตกอยู่แก่จำเลย แม้จำเลยจะให้ผู้อื่นเป็นผู้หายตามมาก็ดี เมื่อจำเลยเอาสุกรไปเสีย ๑ ขา โดยทุจจริต จึงมีผิดตามมาตรา ๓๑๔ แม้โจทก์จะขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ ศาลก็ลงโทษฐานยักยอกได้ เพราะเป็นความผิดประเภทเดียวกัน จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2446/2478
อัยยการพิจิตร์ โจทก์
นายเสงี่ยม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพิจิตร์ · จำเลย - นายเสงี่ยม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · มนธา · อมาตย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา