คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2478
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดโทษจำเลยเป็นดุลยพินิจของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ซึ่งถือเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจึงไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาในส่วนนี้ เว้นแต่จะมีการใช้ดุลยพินิจโดยไม่ชอบ
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลจะเรียงกะทงลงโทษจำเลยหรือไม่นั้นอยู่ใน+พินิจของศาลฎีกาอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยพินิจข้อดุลยพินิจจัดเป็นปัญหาข้อเท็จจริง หาใช่ปัญหาข้อกฎหมายไม่+ดีที่คู่ความฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงได้เมื่อศาลล่างใข้ดุลยพินิจกำหนดโทษจำเลยโดยขอบแล้ว ศาลฎีกาไม่แก้ไขให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็น ๒ สำนวน สำนวนแรกหาว่าปล้นทรัพย์ของ ม.แลสำนวนที่ ๒ หาว่าปล้นทรัพย์ของ ป.ซึ่งเป็นเวลาติดต่อใกล้ชิดกัน
ศาลเดิมพิพากษาให้จำคุกจำเลยในสำนวนแรกคนละ ๑๐ ปี ตามมาตรา ๓๐๑ แลให้จำคุกตามสำนวนที่ ๒ อีกคนละ ๑๐ ปี ตามมาตรา ๓๐๑ โทษในสำนวนหลังให้นับแต่วันพ้นโทษในสำนวนแรก
ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีทั้ง ๒ สำนวนนี้รวมกันไปแลพิพากษายืนตาม ส่วนข้อนับโทษพิพากษาแก้ให้นับรวมกันไป
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาชั้นศาลเดิม
ศาลฎีกาเห็นว่าตามกฎหมายลักษณอาญา ม.๗๑ การที่ศาลจะลงโทษจำเลยเรียงกะทงความผิดหรือไม่นั้น อยู่ในดุลยพินิจของศาลแล้วแต่จะเห็นสมควรแลเห็นว่า ข้อดุลยพินิจจัดเข้าเป็นปัญหาข้อเท็จจริง หาใช่ปัญหาข้อกฎหมายไม่ ซึ่งต้องพิจารณาดูเหตุผลแลข้อเท็จจริงแห่งคดีโดยทั่ว ๆ ไป แล้ววินิจฉัยใช้ดุลยพินิจว่าควรจะลงโทษจำเลยทุกกะทงในเรื่องเช่นนี้หรือไม่ แลเห็นว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลยพินิจลงโทษจำเลยนั้นเป็นการชอบแล้ว ศาลฎีกาไม่พึงแก้ไขดุลยพินิจนั้นได้โดยชอบ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2478
อัยยการสวรรคโลก - โจทก์
นายแถม นายปลิว - ล
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสวรรคโลก - · ล - นายแถม นายปลิว - |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · วิกรม · นล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระสุนทร · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา