คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2478
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานยักยอกตามฟ้อง แม้โจทก์จะขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ ก็เป็นการลงโทษจำเลยในความผิดที่กฎหมายบัญญัติไว้ในบทมาตราเดียวกันและเป็นความผิดประเภทเดียวกัน ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานยักยอกได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยจับเจ้าทุกข์แลเนื้อสุกรของกลางไปโดยหาว่าฆ่าสุกรโดยมิได้รับอนุญาตเจ้าทุกข์ก็ยินยอมโดยดีแล้วจำเลยเอาสุกรไปกินเสียเอง มีผิดฐานยักยอก ตาม ม.314 วิธีพิจารณาอาญา ฟ้อง.ตัดสิน ความผิดประเภทเดียวกันฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์พิจารณาได้ความว่า จำเลยมีผิดฐานยักยอกศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานยักยอกได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยเป็นนายตรวจสุราได้จับตัว ล.แลเนื้อสุกรโดยหาว่าฆ่าสุกรแลขายสุกรโดยมิได้รับอนุญาต ล.ก็ยินยอมโดยดี จำเลยเป็นผู้คุมตัว ล.และ พ.เป็นผู้หาบสุกร ระหว่างทางจำเลยได้หยิบขาสุกรขึ้นมาขาหนึ่ง ส่งให้ พ.ไปต้มให้จำเลยกิน แล้วจำเลยก็พาตัว ล.ไปส่งที่บ้านกำนัน ปรากำว่าสุกรนั้นตายเอง แล ล.ก็ไม่ได้เอาไปขาย ล.จึงร้องต่อเจ้าพนักงานขึ้น โจทก์จึงฟ้องศาลขอให้ ลงโทษจำเลยตาม ม.๑๒๗-๒๗๐-๒๘๘-๓๐๔-๗๑
ศาลเดิมพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีผิดฐานยักยอกตาม ม.๓๑๔ ให้จำคุก ๓ เดือน แต่ให้รอการลงอาญาไว้
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยจับตัว ล.กับสุกรของกลางมา ล.ก็ยินยอมโดยดีความครอบครองยึดถือสุกรย่อมตกอยู่แก่จำเลย แม้จำเลยจะให้ผู้อื่นเป็นผู้หาบตามมาก็ดี เมื่อจำเลยเอาสุกรไปเสีย ๑ ขาโดยทุจจริต จึงมีผิดตามมาตรา ๓๑๔ แม้โจทก์จะขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ ศาลก็ลงโทษฐานยักยอกได้เพราะเป็นความผิดประเภทเดียวกัน จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2478
อัยยการพิจิตร์ - โจทก์
นายเสงี่ยม - ล
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพิจิตร์ - · ล - นายเสงี่ยม - |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · มนธา · อมาตย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสำราญ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา