คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 692/2478
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย คือจำนวนเงินที่ได้รับจริงในปีภาษีนั้นๆ โดยคำนวณจากยอดเงินที่ได้รับทั้งหมด
ย่อคำพิพากษา
เงินได้ที่จะต้องเสียภาษีตามพระราชบัญญัตินี้กฎหมายเรียกเก็บเอาจากจำนวนเงินที่ได้รับจริง ๆ ในปีนั้น ๆ +ต้องคิดจากยอดเงินที่ได้รับทั้งหมด ไม่ใช่แยกเป็น + ๆ
หมายเหตุ ในสำนวนปรากฎว่าจำเลยเก็บเป็นภาษีสำหรับปี พ.ศ.2476
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ พ.ศ.2475 ม.7 พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ พ.ศ.2475 ม.11
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงชีพตามพระราชพินัยกรรม์ปีละ ๔๕๕๐ บาท แต่โจทก์ยังมิได้รับเงินในปี พ.ศ.๒๔๗๔-๒๔๗๕ โจทก์พึ่งได้รับจากพระคลังข้างที่เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๖ รวมเป็นเงิน ๘๖๔๕ บาท ซึ่งเป็นเวลาที่ได้ประกาศใช้ พรบภาษีเงินได้แล้วจำเลยได้เรียกเก็บภาษีเงินได้ไว้เป็นเงิน ๑๑๙๕ บาท ๖๗ สตางค์ โจทก์เห็นว่าโจทก์ไม่ควรเสียภาษี เพราะเป็นเงินที่โจทก์ควรได้รับในปี พ.ศ.๒๔๗๔-๒๔๗๕ ก่อนประกาศใช้พระราชบัญญัติ จึงฟ้องเรียกเงินรายนี้คืนจากจำเลย
ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาเห็นว่ากฎหมายมีความประสงค์จะให้เก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับเงินจริง ๆ ไม่มีความประสงค์จะเก็บภาษีจากผู้มีสิทธิจะได้รับในจำนวนเงินประเภทใดประเภทหนึ่ง คดีนี้โจทก์มีสิทธิจะได้-รับเงินอยู่ก่อนประกาศใช้พระราชบัญญัติ แต่โจทก์เพิ่งได้รับเมื่อประกาศใช้พระราชบัญญัติแล้ว จึงต้องเสียภาษีและต้องเสียตามยอดเงินทั้งสิ้นที่ได้รับจริง ๆ ไม่ใช่แยกเป็นปี ๆ จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 692/2478
พระยาสุจริตธำรง โจทก์
กรมสรรพากร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พระยาสุจริตธำรง · จำเลย - กรมสรรพากร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · วิกรม · อิศร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายอรุณ + · ศาลอุทธรณ์ - พระยาภัทรนาวิกฯ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา