คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2478
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากทหารกระทำความผิดร่วมกับพลเมืองสามัญ ศาลพลเรือนมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนั้น และหากไม่ปรากฏว่าผู้ร่วมกระทำผิดเป็นทหารประจำการ ให้สันนิษฐานว่าเป็นพลเมืองสามัญ
ย่อคำพิพากษา
ทหารทำผิดร่วมกับพลเมือง+สามัญ ศาลทหารไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา ต้องขึ้นศาลพลเรือนประมวลวิธีพิจารณาความอาญาพะยานข้อสันนิษฐาน ทหารประจำการสมคบกันมี+พวกไปกระทำผิดเมื่อไม่ปรากฎว่าพรรคพวกนั้นเป็นทหารประจำการก็ต้องสันนิษฐานว่าเป็นพลเมืองสามัญ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยเป็นทหารประจำการแล้วหลบหนีราชการทหารสมคบกันมีพรรคพวกไปกระทำการชิงทรัพย์
ศาลทหารกรุงเทพฯวินิจฉัยว่าเมื่อไม่ปรากฏว่าพรรคพวกจำเลยไม่เป็นบุคคลซึ่งมิได้อยู่ในอำนาจศาลทหาร ๆ มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ จึงให้จำคุกจำเลยหลบหนีราชการทหารแลฐานชิงทรัพย์ด้วย
ศาลทหารกลางให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาเรื่องฐานชิงทรัพย์เสีย
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อในเบื้องต้นไม่ปรากฏว่าพรรคพวกของจำเลยเป็นทหารประจำการแล้วต้องสันนิษฐานว่าเป็นพลเมืองสามัญอันขึ้นศาลพลเรือน ศาลทหารจึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีในฐานชิงทรัพย์นี้ได้ตามมาตรา ๔๑ แห่ง พระธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.๒๔๗๗ พิพากษายืนตามศาลทหารกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2478
อัยยการศาลทหารกรุงเทพฯ โจทก์
พลทหารนพ คล่องอัคขระ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการศาลทหารกรุงเทพฯ · จำเลย - พลทหารนพ คล่องอัคขระ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · พลางกูร · อมาตย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเป้า · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา