คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736-737/2478
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปลอมเอกสารต้องเป็นการทำเอกสารให้เหมือนหรือคล้ายคลึงกับเอกสารที่แท้จริง โดยที่ผู้กระทำไม่มีอำนาจกระทำการนั้น การลงชื่อผู้รับเงินที่แท้จริงในใบสำคัญ แม้จะนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ก็ไม่ถือเป็นการปลอมเอกสาร
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเขียนใบสำคัญตั้งฎีกาขอเบิกเงินเพื่อใช้จ่ายสำหรับกิจการประเภทหนึ่ง แต่ความจริงจำเลยเอาเงินจำนวนนั้นไปใช้ในกิจการประเภท+ทั้งใบสำคัญนั้นก็ลงชื่ออันแท้จริงของผู้รับเงิน ดังนี้จำเลยยังไม่มีผิดฐานปลอมหนังสือ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานของรัฐบาลได้รับอนุญาตให้เบิกเงินไปสร้างโรงเรียน จำเลยรับเงินไปแล้ว แลได้ใช้จ่ายหมดสิ้นไปในการก่อสร้าง แต่ปรากฏว่ารายการสิ่งของตามใบสำคัญที่จำเลยตั้งฎีกา เบิกไปนั้น บางฉะบับไม่มีสิ่งของบ้าง มีน้อยแต่ลงมากบ้างชื่อผู้ขายไม่ตรงกับสิ่งของบ้าง ที่จำเลยทำทั้งนี้ก็เพื่อสดวกในการเบิกเงิน เมื่อได้เงินมาแล้วจึงเอาไปหมุนใช้ในประเภทอื่น ใบสำคัญจึงไม่ตรงกับความจริง ทั้งใบสำคัญเหล่านี้ก็ได้ลงลายมือชื่อที่แท้จริงของเจ้าของทุกคน จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาที่ขอให้ลงโทษจำเลยฐานใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจจริตแลฐานปลอมหนังสือ
โจทก์ฎีกาว่า จำเลยตั้งฎีกาเบิกเงินในประเภทหนึ่งแล้วหมุนไปใช้อีกประเภทหนึ่ง ต้องมีผิดฐานปลอมหนังสือ
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อความในหนังสือนั้นจะเท็จหรือจริงก็ตาม แต่เมื่อเป็นหนังสือของผู้นั้นจริง ๆ ไม่ได้ปลอมใครที่ไหน จะกล่าวได้อย่างไรว่าหนังสือนั้นปลอม จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736 - 737/2478
อัยยการจังหวัดเลย โจทก์
หลวงพิศาลสารกิจ ขุนมงคล ฯ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจังหวัดเลย · จำเลย - หลวงพิศาลสารกิจ ขุนมงคล ฯ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · อมาตย · พลางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา