คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2478
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำไปเพื่อป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าการกระทำนั้นเป็นการสมควรแก่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยใช้ปืนยิงเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งขึ้นไปค้นบ้านจำเลยโดยสำคัญผิดคิดว่าเป็นพวกปล้น และโดยมีเหตุสมควรเช่นนี้ ถือว่าเป็นการป้องกันตัวและทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ ความสำคัญในข้อเท็จจริงย่อมเป็นข้อแก้ตัวตามกฎหมายได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงในคดีนี้ว่า ว.กับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจจะไปจับจำเลยเรื่องฆ่าคนตายที่บ้านจำเลยในตอนจวนสว่าง แต่เวลานั้นยังมีดไม่เห็นตัวกันจำเลยเข้าใจว่าพวกเจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้ร้ายซึ่งเคยมาปล้นบ้านจำเลยครั้งหนึ่งแล้วจึงโดดเรือนพาภรรยากับหลานไปซ่อนไว้ในป่า ส่วนตัวจำเลยเข้ามาแอบดูอยู่ข้างรั้วบ้าน ได้ยินเสียงคน - ค้นของบนเรือนแต่ไม่เห็นตัวเห็นแต่แสงไฟฉาย จำเลยจึงใช้ปืนยิงไปทางแสงไฟ ๑ นัด ปรากฏว่าถูก ว.ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานบาดเจ็บ แล้วจำเลยได้ไปแจ้งเหตุเรื่องนี้แก่ผู้ใหญ่บ้านว่ามีผู้ร้ายขึ้นปล้นเรือนตน ปรากฏว่าเมื่อ ว.ถูกยิงแล้วก็พาพวกกลับไปเฉย ๆ จำเลยผู้นี้ไม่มีสาเหตุแลไม่รู้จัก ว.ทั้งจำเลยก็ไม่ทราบว่าตัวมีคดีต้องหาฐานฆ่าคนตายด้วย
พฤตติการณ์เป็นดังนี้ศาลฎีกาตัดสินว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวและทรัพย์พอสมควรแก่เหตุที่เกิดขึ้น ความเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงก็เป็นข้อแก้ตัวตามกฎหมายได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฎีกาโจทก์ ปล่อยจำเลยไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2478
อัยยการสระบุรี โจทก์
นายเฮือง จำปาทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสระบุรี · จำเลย - นายเฮือง จำปาทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · อิศร · ดูปลาตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระยาดุลยธรรมฯ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา