คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 869/2478
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลฎีกาพิพากษาให้ภาคภัณฑ์จำเลยซึ่งเป็นเด็กตามมาตรา 57 นั้นหาใช่เป็นโทษตามมาตรา 12 ไม่ หากว่าจำเลยผู้นั้นมากระทำผิดอีกภายในกำหนด 5 ปี จะเสียโทษฐานไม่เข็ดหลาบไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ข้อเท็จจริงมีว่าจำเลยได้ทำการลักทรัพย์ของ พ.ไป รวมราคา ๗๕ สตางค์ ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาในฐานลักทรัพย์ แต่ศาลได้ว่ากล่าวสั่งสอนภาคภัณฑ์ปล่อยตัวไปเพราะจำเลยยังเป็นเด็กอ่อนอายุยังไม่พ้น ๕ ปี จำเลยมากระทำผิดเป็นคดีนี้ขึ้นอีก ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๑ เดือน ๑๕ วัน ส่วนข้อขอให้เพิ่มโทษ นั้นให้ยกเสีย
ศาลฎีกาตัดสินว่าความผิดของจำเลยในครั้งก่อนศาลหาได้ลงโทษจำเลยแต่ประการใดไม่ การที่ศาลภาคทัณฑ์ปล่อยตัวจำเลยไปนั้น ไม่ใช่เป้นโทษชนิดที่ระบุไว้ใน ม. ๑๒ ดังนั้นจะเรียกว่าจำเลยไม่เข็ดหลาบไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ให้ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 869/2478
นายน้อย ภารศรี-ล
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ภารศรี-ล - นายน้อย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · นถ · คูปลาตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงทิพย์สุภา · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา