คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1151/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและใช้ถ้อยคำดูหมิ่นเจ้าพนักงาน เป็นความผิดอาญาที่เจ้าพนักงานสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้
ย่อคำพิพากษา
เจ้าพนักงานไปจับผู้ลักลอบเล่นการพะนันมีผู้ขัดขืนไม่ยอมไปและใช้วาจาผรุสวาท เจ้าพนักงานจึงฟ้องกล่าวโทษต่อกรมการอำเภอหาว่าขัดขวางและหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานเช่นนี้ จะเรียกว่าเจ้าพนักงานฟ้องเท็จหรือแจ้งความเท็จมิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าโจทก์จำเลยเป็นพี่น้องต่างมารดากัน แต่ไมถูกกัน จำเลยได้นำเจ้าพนักงานไปจับการพะนันไพ่ที่ ๆ ฟักโจทก์ โจทก์นอนให้หมอนวดอยู่ในห้องเล่นไพ่ ผู้จับจึงเชิญโจทก์ให้ไปโรงพัก โจทก์เถียงว่าไม่ได้เล่น จำเลยจึงพูดว่าถ้าไม่ไปให้ใส่กุญแจมือ โจทก์โกรธจึงกล่าวคำผรุสวาทแก่จำเลย ต่อมาจำเลยจึงร้องเรียนต่อกรมการอำเภอว่าโจทก์ขัดขวางและหมิ่นประมาทจำเลยผู้กระทำตามหน้าที่ กรมการอำเภอจึงเรียกโจทก์ไปไต่สวนแต่เห็นว่าคดีไม่มีมูลจึงปล่อยโจทก์ไป โจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้
ศาลฎีกาตัดสินว่าตามข้อเท็จจริงดั่งกล่าวข้างต้น เห็นได้ว่าจำเลยอาจเข้าใจว่าโจทก์ขัดขวางและหมิ่นประมาทจำเลยผู้นำเจ้าพนักงานไปจับกุมดังนี้จะเรียกว่าแจ้งความเท็จร้องเรียนเท็จ หรือฟ้องเท็จมิได้เพราะความจริงโจทก์ได้แสดงกิริยาเช่นนั้น จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1151/2479
หลวงอัษฎงคตพิศรักษา โจทก์
ร.อ.ต.อวด ณระนอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - หลวงอัษฎงคตพิศรักษา · จำเลย - ร.อ.ต.อวด ณระนอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · อมาตย · เทฟโนต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา