⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1469/2479

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1469/2479

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่+คดีมีมูลนั้น ถือว่าเป็นเด็ดขาดถึงที่สุดแล้วจำเลยฎีกาไม่ได้ ฎีกาอุทธรณ์ อำนาจศาลฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๒๕-๒๒๘ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่าคดีโจทก์ยังไม่มีมูล ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีโจทก์มีมูล จึงพิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องแลหมายเรียกจำเลยมาแก้คดี จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยอ้างมาตรา ๑๗๐ แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญา จำเลยร้องคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยจัดการต่อไป ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ศาลฎีกาได้สั่งให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาจำเลยแล้วก็ดี แต่ศาลฎีกาย่อมมีหน้าที่จะต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยให้เป็นการเด็ดขาดอีกชั้นหนึ่ง เพราะในเวลานั้นโจทก์จำเลยไม่มีโอกาศจะโต้เถียงกัน เห็นว่าคดีนี้เป็นชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ว่าคดีโจทก์มีมูลย่อมถึงที่สุดตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๑๗๐ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1469/2479 หม่อมเจ้าหญิงประไพพงศ์ โจทก์ พระยากฤติกานกรกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - หม่อมเจ้าหญิงประไพพงศ์ · จำเลย - พระยากฤติกานกรกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นล · วิกรม · ดูปลาตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา