คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ภรรยาโอนทรัพย์สินของตนให้แก่ผู้อื่นโดยรู้ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้ของสามีเสียเปรียบ เจ้าหนี้มีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ เสมือนภรรยาเป็นลูกหนี้ร่วมกับสามี
ย่อคำพิพากษา
สามีไปกู้หนี้เขามา แล้วภรรยาโอนทรัพย์สินของตนให้แก่ผู้อื่นเสียโดยรู้อยู่ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เจ้าหนี้ขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้ เพราะในกรณีเช่นนี้ถืวว่าภรรยาตกอยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมกับสามีด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมจำเลยเป็นหนี้โจทก์เรื่องเงินกู้โจทก์จึงนำยึดที่นารายพิพาทนี้ ผู้ร้องจึงร้องขัดทรัพย์
ทางพิจารณาได้ความว่า ที่รายนี้เดิมเป็นของ ส.ภรรยาจำเลยมีชื่อเป็นเจ้าของอยู่ในโฉนดแต่ผู้เดียว แต่จะเป็นทรัพย์ชนิดใดระหว่างสามีภรรยาไม่ปรากฎ ก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เดือนเศษ ส.ได้โอนที่รายนี้ให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตร์ ทั้งนี้โดยทราบอยู่แล้วว่าจำเลยเป็นหนี้เงินกู้โจทก์อยู่
ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกคำร้องขัดทรัพย์
ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับว่าโจทก์มีสิทธิยึดที่นารายพิพาทนี้ได้
ผู้ร้องฎีกาว่าตามประมวลแพ่งฯ ม.๒๓๗ เจ้าหนี้จะขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมได้จะต้องเป็นลูกหนี้โอนทรัพย์โดยรู้อยู่ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ คดีนี้ ส.มิได้เป็นลูกหนี้โจทก์ด้วย
ศาลฎีกาเห็นว่าตามหลักกฎหมายในลักษณผัวเมีย ส.ซึ่งเป็นภรรยาจำเลยย่อมรับผิดในหนี้รายนี้ร่วมกับจำเลยด้วย ฉะนั้นจึงตกอยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้โจทก์ด้วยรูปคดีเข้ามาตรา ๒๓๗ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15/2479
นายบัว ทับไกร โจทก์
นายฮัว จำเลย
นายช่วย ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบัว ทับไกร · จำเลย - นายฮัว · ผู้ร้อง - นายช่วย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · มนธา · อมาตย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา