คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าผู้อื่นกระทำผิดอาญาจนถูกจับกุมและกักขังเพื่อไต่สวน เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเอาความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงาน หาว่าโจทก์กระทำผิดทางอาญาเจ้าพนักงานจึงจับโจทก์ไปกักขังเพื่อไต่สวนดังนี้มีผิดตาม ม.158 แต่ไม่มีผิดตาม ม.270 อ้างฎีกาที่ 916,917/2467
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยนำความซึ่งรู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่า ส.ลักรถจักรยานของจำเลยไป เจ้าพนักงานหลงเชื่อจึงไปจับตัว ส.มากักขังไว้เพื่อทำการไต่สวน
ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๑๕๘ กะทงเดียว อ้างฎีกาที่ ๙๑๖,๙๑๗/๒๔๖๗
โจทก์ฎีกาว่า จำเลยควรมีผิดตามมาตรา ๒๗๐ ด้วย อ้างฎีกาที่ ๕๘๒/๒๔๗๗
ศาลฎีกาเห็นว่า รูปคดีมีข้อเท็จจริงตรงกับฎีกาที่ ๙๑๖-๙๑๗/๒๔๖๗ ซึ่งวินิจฉัยว่ามีความผิดตามมาตรา ๑๕๘ กะทงเดียว จำเลยจึงไม่ควรมีความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพตามมาตรา ๒๗๐ ฎีกาที่โจทก์อ้างเป็นเรื่องบอกให้เจ้าพนักงานจับโจทก์โดยไม่มีมูลรูปคดีไม่ตรงกัน จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2479
อัยยการนครสวรรค์ โจทก์
นายไสว เข็มทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครสวรรค์ · จำเลย - นายไสว เข็มทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · อิศร · คูปลาตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวง+ · ศาลอุทธรณ์ - พระวรสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา