คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี ย่อมทำให้ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้น
ย่อคำพิพากษา
คดี+ทรัพย์ ศาลอุทธรณ์+พิพากษาทับสัตย์ศา+ คู่ความฎีกาได้ฉะเพาะแต่ปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์
ศ.ศ.+ 1382
ครอบครองที่พิพาทโดยใช้อำนาจอย่างเจ้าของเกินกว่า 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่นาของโจทก์จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่รายนี้จำเลยได้รับซื้อไว้จากผู้มีชื่อ
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยมีกรรมสิทธิในที่รายพิพาทนี้เพราะได้ครอบครองแสดงตนเป็นเจ้าของตลอดมาตราจองโจทก์ไม่มีผล เพราะโจทก์ได้ทอดทิ้งเสียจนขาดอายุแล้ว พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดจากหลักฐานในสำนวน
ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีนี้เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์เมื่อศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาทับสัตย์ศาลล่าง คู่ความย่อมฎีกาได้ฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนข้อเท็จจริงต้องฟังตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ซึ่งฟังว่าจำเลยได้ครอบครองที่รายพิพาทมาเกินกว่า ๑๐ ปี ส่วนที่ว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดจาก หลักฐานในท้องสำนวนนั้น ความจริงศาลอุทธรณ์ได้ฟังข้อเท็จจริงโดยมีหลักฐานพะยานในสำนวนสนสนับสนุน จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17/2479
นายเส็ง วงษ์พยัคฆ์ โจทก์
นายรวย สนธิสวัสดิ์ จ.ล,
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเส็ง วงษ์พยัคฆ์ · จ.ล, - นายรวย สนธิสวัสดิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · มนธา · มนธา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา