คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22/2479
ย่อคำพิพากษา
อายุความฟ้องเรียกเงินกู้ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นต้องถือว่ามีกำหนดอายุความ 10 ปี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้จำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๑๕๐๐ บาทตามสัญญาลงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๘ จำเลยค้างส่งดอกเบี้ยตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗+ เป็นต้นมา โจทก์จึงฟ้องเรียกต้นเงินกู้ แลดอกเบี้ยที่ค้างรวม ๓ ปี
จำเลยตัดฟ้องว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความตามมาตรา ๑๖๖ เพราะอายุความเรื่องนี้มีกำหนดเพียง ๕ ปีเท่านั้น
ศาลล่างทั้ง ๒ วินิจฉัยว่ารูปคดีเช่นนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ต้องถืออายุความ ๑๐ ปี คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง
ศาลฎีกาตัดสินยืน โดยวินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นเรื่องเรียกต้นเงินกู้ แม้โจทก์จะขอดอกเบี้ยที่ค้างส่งด้วยก็เพียง ๓ ปีเท่านั้นแลมาตรา ๑๖๖ ที่จำเลยอ้างก็เป็นเรื่องฟ้องเรียกเอาดอกเบี้ยค่าเช่าค้างส่ง แลจำนวนผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ ฯลฯ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22/2479
นายโชติ โจทก์
นายมะริต นายเข้ม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายโชติ · จำเลย - นายมะริต นายเข้ม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · พลางกูร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา