คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2479
ย่อคำพิพากษา
เมื่อฟ้องโจทก์อ้างบทขอให้ลงโทษจำเลยในบทที่เบา แม้โจทก์บรรยายข้อความในฟ้องชัดเจน ซึ่งอาจจะลงโทษจำเลยในบทที่หนักได้ ศาลจะสันนิษฐานว่าโจทก์ประสงค์จะขอให้ลงโทษตามบทที่หนักหาได้ไม่ เว้นแต่โจทก์ขอผิดบทอันเกิดแต่เข้าใจผิดหรือหลงลืม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าตามข้อหาแลคำรับของจำเลยว่า จำเลยต้มกลั่นสุราแล้วจำหน่ายขายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ.๑๒๔๘ มาตรา ๓๘ แลแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๔๗๖ มาตรา ๗
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปรับจำเลยตามคำขอท้ายฟ้อง
ปรากฎว่า เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขออ้างบทลงโทษพระราชบัญญัติแก้ไข พ.ศ.๒๔๗๖ ตาม มาตรา ๘ อีกมาตราหนึ่ง โดยกล่าวว่าแม้โจทก์จะมิได้ขอให้ลงโทษในฐานนี้มาแต่เดิม แต่โจทก์ได้กล่าวบรรยายข้อความไว้ในฟ้องก็เป็นความประสงค์ของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยในฐานนี้ด้วย
ศาลล่างทั้ง ๒ วินิจฉัยต้องกันให้ยกคำร้องโจทก์
ศาลฎีกาเห็นว่าตาม ม.๑๙๒ ตอน ๓ แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญา ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงบางข้อในฟ้องแลตามที่ปรากฎในทางพิจารณาไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ห้ามมิให้ลงโทษจำเลย เห็นว่าไม่มีทางที่ศาลอาจจะทราบความประสงค์ของโจทก์ นอกจากจะตรวจดูบทกฎหมายที่โจทก์อ้างขอให้ลงโทษท้ายฟ้อง และเมื่อโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามบทที่เบา ศาลไม่ควรสันนิษฐานว่าโจทก์ประสงค์ขอให้ลงโทษตามบทที่หนัก เว้นแต่จะปรากฎโดยชัดว่า เป็นเรื่องที่โจทก์ขอผิดบทมาตราอันเกิดแต่เข้าใจผิดหรือหลงลืม จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2479
อัยยการนครราชสีมา โจทก์
นายเรือง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครราชสีมา · จำเลย - นายเรือง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · อมาตย · นิติศาสตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระวรพจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา