คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 258/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อจำเลยให้การรับตามฟ้องว่าได้อยู่ในที่ของโจทก์โดยอาศัยสัญญาเช่าจริงแล้ว จะกลับขอนำสืบว่าสัญญาเช่านั้นเป็นหนังสือปลอมไม่ได้ เพราะเป็นการเปลี่ยนประเด็นใหม่
* กรณีที่ศาลฎีกาเห็นว่าคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ยกอุทธรณ์โดยเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ย่อนั้นไม่ถูกต้อง ศาลฎีกามีอำนาจตัดสินคดีให้เสร็จไปได้โดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่
* ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยข้อฎีกาที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแต่ในชั้นศาลล่าง
ย่อคำพิพากษา
ประเด็น ตัดสิน จำเลยให้การรับตามฟ้องโจทก์ว่าได้อยู่ในที่ของโจทก์โดยอาศัยสัญญาเช่าจริงดังนี้ จำเลยจะกลับขอนำสืบว่าสัญญาเช่านั้นเป็นหนังสือปลอมหาได้ไม่เพราะเป็นการเปลี่ยนประเด็นใหม่
กรณีที่ไม่ใช่เป็นอุทธรณ์ย่อ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์โดยเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ย่อ ถ้าศาลฎีกาเห็นว่าไม่ใช่อุทธรณ์ย่อก็มีอำนาจตัดสินคดีให้เสร็จไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่
ข้อฎีกาที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแต่ในชั้นศาลล่างนั้นศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าช่วงที่ดินจาก ด. จำเลยเป็นผู้อาศัยโจทก์อยู่ โจทก์บอกให้ออก จำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ขับไล่แลเรียกค่าเสียหาย
จำเลยรับว่าได้อยู่ในที่พิพาทจริงโดยได้เช่าจากแม่ยายโจทก์
ปรากฎตามรายงานพิจารณาว่า ก่อนสืบพะยาน จำเลยจะขอสืบสัญญาเช่าหมาย ก.เป็นหนังสือปลอม
ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นการเปลี่ยนประเด็น โดยในคำให้การของจำเลยมิได้กล่าวว่าหนังสือหมาย ก. เป็นหนังสือปลอม จึงไม่ยอมให้สืบพะยาน แลสั่งงดสืบพะยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท
ศาลอุทธรณ์ตัดสินโดยวินิจฉัยว่าอุทธรณ์จำเลยกล่าวแต่เพียงว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นยังไม่ชอบทั้งข้อเท็จจริงแลข้อกฎหมาย หาได้ยกเหตุผลคัดค้านแต่ประการใดไม่ จึงไม่มีประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะต้องพิจารณาต่อไป
ศาลฎีกาเห็นว่าตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่า "คดีนี้เป็นเรื่องโจทก์หาจำเลยให้การปฏิเสธ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องสืบพะยานกันแต่ศาลสั่งงดไม่สืบพะยาน จึงขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้ศาลโปริสภาทำการสืบพะยานพิจารณาพิพากษาใหม่" เห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยมีประเด็นว่า ศาลสั่งงดสืบพะยานไม่ชอบ จึงขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งศาลโปริสภาให้สืบพะยานพิจารณาและพิพากษาใหม่ จึงไม่เห็นพ้องด้วยที่ศาลอุทธรณ์ที่ว่า อุทธรณ์จำเลยไม่มีประเด็น แต่เห็นชอบด้วยที่ศาลโปริสภาสั่งงดไม่สืบพะยานทั้ง ๒ ฝ่ายนั้นเพราะเหตุว่าจำเลยให้การอย่างหนึ่ง แล้วจะขอสืบอีกอย่างหนึ่งนั้นไม่ได้ เป็นการเปลี่ยนประเด็นใหม่ แลคดีนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องโจทก์หาจำเลยให้การปฏิเสธเท่านั้น ซึ่งจำเลยยกขึ้นมากล่าวคล้ายกับว่าเป็นคดีอาญาเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีแพ่งศาลจักต้องตัดสินตามประเด็นข้อต่อสู้ ส่วนคดีอาญานั้นประเด็นมักมีข้อเดียวว่า จำเลยได้กระทำผิดจริงหรือไม่
ส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ นั้น จำเลยไม่ได้ยกขึ้นทุ่มเถียงในชั้นศาลอุทธรณ์ ไม่จำต้องวินิจฉัย จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 258/2479
นายซุ่นเฮง แซ่เตีย โจทก์
นายเว้ง แซ่ต้น จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายซุ่นเฮง แซ่เตีย · จำเลย - นายเว้ง แซ่ต้น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · วิกรม · นล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวง+ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา