คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 276/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม โดยผู้ขายคืนเงิน ผู้ซื้อคืนทรัพย์สิน และหากผู้ขายถูกฟ้องเรียกราคาคืน ต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
ย่อคำพิพากษา
ซื้อขายทรัพย์กันและได้ชำระเงินและส่งมอบของกันเสร็จแล้วภายหลังปรากฎว่าสัญญาทำไม่ถูกแบบเป็นโมฆะ ผู้ซื้อต้องคืนทรัพย์นั้นให้ผู้ขายและผู้ขายก็ต้องส่งเงินราคาค่าซื้อให้ผู้ซื้อเช่นกัน
สัญญาซื้อขายเป็นโมฆะเมื่อผู้ขายถูกฟ้องเรียกราคาคืนจะต้องเสียดอกเบี้ยต้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
(หมายเหตุ ตาม ม.415 ฉะบับภาษาอังกฤษบ่งชัดว่า ในกรณีต้องคืนทรัพย์ ให้ถือว่าตกอยู่ในฐานะทุจจริต ตั้งแต่เวลาเรียกคืน)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยที่ 1-2 ทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป 420 บาทแล้วไปขอกู้อีก 180 บาท รวม 600 บาท แล้วจำเลยทำสัญญาขายที่นารายพิพาทของจำเลยให้โจทก์เป็นราคา 600 บาท เป็นการหักชำระหนี้เงินกู้กัน แล้วโจทก์ก็ให้จำเลยที่ 3 ผู้เป็นบบัตร์เขยจำเลยที่ 1-2 เช่าทำ
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าการซื้อขายที่นารายพิพาทนี้ไม่ได้ทำถูกต้องตามกฎหมายเป็นโมฆะ โจทก์ยังไม่ได้กรรมสิทธิในที่นารายนี้ แต่จำเลยต้องคืนเงิน 600 บาทให้โจทก์ตามมาตรา 406 ส่วนในเรื่องดอกเบี้ยในเงินจำนวนนี้ ที่ศาลอุทธรณ์บังคับให้จำเลยที่ 1-2 เสียตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขายนั้นยังไม่ถูก ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยต้องรับผิดในดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 276/2479
นายจอม ดำกา โจทก์
นายกลมหาผลที่ 1 นายลี มหาผลที่ 2 นายอ่อน ลาวงษ์ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจอม ดำกา · จำเลย - นายกลมหาผลที่ 1 นายลี มหาผลที่ 2 นายอ่อน ลาวงษ์ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · นิติศาสตร์ · อมาตย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระปรีชาวินิจฉัย · ศาลอุทธรณ์ - พระนิติธรรมวินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา