คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 309/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุขณะกระทำความผิดและรับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดนั้น ถือว่าจำเลยมีความผิดฐานเป็นตัวการหรือผู้ร่วมกระทำความผิด.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยไม่ได้สมคบกับพวกไปลักหรือปล้นทรัพย์ แต่เวลาปล้นนั้นจำเลยอยุ่บนเรือนด้วย พวกของจำเลยได้เก็บทรัพย์มาส่งจำเลย ๆ ก็รับทรัพย์นั้นแล้วพากันหนีไป พฤตติการณ์เช่นนี้จำเลยมีความผิด
(หมายเหตุ แต่จะเป็นผิดฐานตัวการหรือสมรู้นั้นไม่มีฎีกาในประเด็นข้อนี้ ถึงแม้จะได้ความว่าเป็นตัวการก็แก้โทษจำเลยไม่ได้ ฉะนั้นศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยถึง)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า จำเลยกับพวกพากันไปขออาหารแลพักอาศัยที่บ้านผู้ตาย พอผู้ตายหลับพวกจำเลยได้ชวนจำเลยฆ่าผู้ตายเพื่อเอาทรัพย์ จำเลยห้ามปรามก็ไม่ฟังกลับขู่ว่าถ้าไม่ร่วมใจกระทำด้วยจะฆ่าจำเลยเสีย จำเลยจึงนิ่งอยู่ ที่ ๆ พูดกันนั้นอยู่นอกห้อง พูดกันแล้วพวกของจำเลยก็เข้าไปในห้องช่วยกันตีผู้ตายตายแล้วเก็บเอาทรัพย์มาส่งให้จำเลยบ้าง ถือไว้เองบ้างแล้วพากันโดดเรือนหนีไป
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ม.๓๐๑,๖๕-๕๙ ศาลอุทธรณ์ยืน
จำเลยฎีกาว่ากระทำไปโดยความจำเป็นเพราะอยู่ในที่บังคับ
ศาลฎีกาไม่เชื่อว่าจำเลยกระทำไปโดยมีเหตุจำเป็น จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 309/2479
อัยยการกำแพงเพ็ชร์ โจทก์
นายโต้ง สุนันทัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการกำแพงเพ็ชร์ · จำเลย - นายโต้ง สุนันทัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · พลางกูร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวง+ · ศาลอุทธรณ์ - พระราชปรีชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา