คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 448/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเลยกระชากสร้อยคอไปโดยที่เจ้าทรัพย์ไม่ทันรู้ตัวและไม่ทันขัดขวาง ถือเป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ไม่ใช่ความผิดฐานชิงทรัพย์ ซึ่งชิงทรัพย์ต้องเป็นการลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกะชากสร้อยคอเขาจนเป็นเหตุให้เจ้าทรัพย์หกล้มมีบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ เป็นผิดเพียงฐานวิ่งราวทรัพย์เท่านั้น +(อธิบายฐานวิ่งราวกับชิงทรัพย์)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยกะชากสายสร้อยคอซึ่งสรวมอยู่ที่คอ ส.ไป ๑ สาย พาวิ่งหนีไปในการทีการที่จำเลยกะชากสร้อยไปนั้นเป็นเหตุให้ ส.หกล้มมีบาดเจ็บถลอกที่เข่าแลหลังเท้า
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่างทั้งสองว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตามมาตรา ๒๙๗ แล ๓๓๘ ข้อ ๓ แต่ให้ลงโทษฐาานวิ่งราวทรัพย์อันเป็นบทที่หนักตาม ม.๗๐ เพราะถือว่าที่จะเป็นผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ม.๒๙๘ นั้นต้องเป็นการลักทรัพย์ด้วยใช้กำลังทำร้าย แต่คดีนี้จำเลยลักทรัพย์ด้วยใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์พาหนีไปต่อหน้า แม้จะเป็นเหตุให้เจ้าทรัพย์หกล้มบาดเจ็งก็เป็นผลในภายหลัง จำเลยหาได้ตั้งใจจะทำร้ายไม่ ส่วนฎีกาที่ ๔๔/๒๔๕๙ ที่โจทก์อ้างมานั้น ได้มีคำพิพากษาฎีกาฉะบับหลัง ๆ กับเสียแล้ว จึงให้ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 448/2479
กรมอัยยการ โจทก์
นายประยูร เสนีรัตน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมอัยยการ · จำเลย - นายประยูร เสนีรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · มนธา · พลางกูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระยา+บัณฑิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา