คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 538/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามบทกฎหมายที่หนักที่สุดเพียงบทเดียว
ย่อคำพิพากษา
จำเลยรับเงินที่เก็บได้ไว้มากแต่ลงบัญชีว่าได้รับไว้น้อยกว่านั้นแล้วเบียดบังเอาเงินจำนวที่แตกต่างกันนั้นไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ต้องมีความผิดฐานยักยอก กระทำผิดคราวเดียวแต่เป็นการละเมิดกฎหมายหลายบทต้องลงอาญาตามบทที่หนักแต่บทเดียว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีได้ความว่าจำเลยเป็นครูโรงเรียนมีหน้าที่ออกใบเสร็จเก็บเงินจากนักเรียนและร้านขายอาหาร จำเลยได้ออกใบเสร็จเก็บเิงนทางปลายขั้วมากและจดลงทางปลายขั้วน้อยกว่าเก็บได้จริง และได้ยักยอกเงินไว้ ๑๕๗ บาท ๕๐ สตางค์
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานจดแจ้งรายการเท็จตามมาตรา ๒๓๐
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยควรมีผิดฐานยักยอกอีกกะทงหนึ่งตามมาตรา ๓๑๙(๑) พิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๑๙(๑)อีกกะทงหนึ่ง
ศาลฎีกาตัดสินว่าการที่จำเลยมีหน้าที่ส่งเงินแก่ครู่ใหญ่ทุกวัน และเจตนาเอาเงินไว้ใช้เอง ย่อมเกิดเป็นความผิดฐานยักยอกโดยบริบูรณ์ จำเลยย่อมได้ชื่อว่ากระทำความผิดในคราวเดียวกันและเลมิดกฎหมายหลายบทเพราะไม่ปรากฎว่าจำเลยได้ยักยอกก่อนจดต้นขั้วเท็จนั้น ตามมาตรา ๗๐ จำเลยต้องได้รับโทษหนักตามมาตรา ๒๓๐ แต่บทเดียว จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 538/2479
อัยยการสงขลา โจทก์
นายฉัตร เกศาศรัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสงขลา · จำเลย - นายฉัตร เกศาศรัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · นล · ดูปลาตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา