คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อากรค่าน้ำ 2 บท ให้ลงโทษตามบทหนักที่สุด และการกำหนดโทษปรับและริบทรัพย์สินให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล
ย่อคำพิพากษา
จำเลยจับปลาด้วยเครื่องมือโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำการจับในที่ไม่มีอำนาจในคราวเดียวกัน จำเลยต้องมีความผิด 2 บท มาตรา 18 และ 19 แห่ง พ.ร.บ.อากรค่าน้ำ แต่ต้องลงอาญาตามบทหนักคือมาตรา 19 ดุลยพินิจ การปรับและการริบทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดเพียงไรเท่าไรนั้นอยู่ในดุลยพินิจของศาล
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีได้ความว่าเดิมจำเลยยื่นเรื่องราวขออนุญาตทำโป๊ะ แต่ยังหาได้รับใบอนุญาตไม่ จำเลยได้ลงมือสร้างโป๊ะและจับปลาทันที โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษ
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามพ.ร.บ.อากรค่าน้ำ ศก ๑๒๐ มาตรา ๑๘ และให้ริบอวน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนแต่ไม่ริบอวน
ศาลฎีกาตัดสินว่าการปรับและการริบเท่าไรเพียงนั้นอยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะกำหนดตามพฤตติการณ์เป็นเรื่อง ๆ ไปและเห็นว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๑๙ ด้วยฐานจับปลาในที่ไม่มีอำนาจ แต่เป็นกรรมและวาระเดียวกับการใช้เครื่องมือโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๘ ต้องใช้มาตรา ๑๙ ที่หนักกว่า จึงแก้บทลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๙ กำหนดโทษจำเลยนั้นคงยืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2479
อัยยการระยอง โจทก์
นายเตี้ย แซ่คู จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการระยอง · จำเลย - นายเตี้ย แซ่คู |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · พลางกูร · พลางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา