คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 711/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนได้ แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะแตกต่างจากข้อหาที่โจทก์ฟ้องมาแต่ต้นก็ตาม หากข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นอยู่ในขอบเขตของคำบรรยายฟ้องของโจทก์
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.254 ทางพิจารณาปรากฎว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิดตาม ม.338(3) และคำบรรยายฟ้องของโจทก์กล่าวถึงการกระทำดังนั้นไว้แล้ว ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามมาตรานี้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำร้ายร่างกาย อ.โดยใช้มือจับแขน อ.ทั้ง ๒ ทั้งไขว้หลังบิดกระชากจน อ.มีบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตาม ม.๒๕๔
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดียังไม่พอจะลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๕๔ ได้ปรากฎแต่เพียงว่า ข้อไหล่เคล็ดเท่านั้น จึงให้ปรับจำเลย ๕ บาทตาม ม.๓๓๘(๓)
ศาลฎีกาตัดสินให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๓๓๘(๓) ยืนตามศาลอุทธรณ์โดยวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะมิได้อ้างมาในฟ้องแต่โจทก์ได้บรรยายข้อความมาขัดในฟ้องแล้ว ไม่ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 711/2479
อัยยการตำรวจ โจทก์
นายสุรินทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการตำรวจ · จำเลย - นายสุรินทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · มนธา · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - +พระยาวิเศษ+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา