คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 726/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะรับฟังว่าจำเลยได้คืนเงินค่าเรือนหอให้โจทก์แล้วหรือไม่นั้น เป็นประเด็นข้อพิพาทที่ต้องวินิจฉัยตามพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบ
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าเรือนหอคืนจากจำเลย ๆ ต่อสู้ว่าคืนให้แล้ว ประเด็นจึงมีเพียงว่าจำเลยคืนเงินให้โจทก์แล้วหรือยังศาลจะฟังไว้แล้วจึงรับเอาเรือนนั้นไว้แล้วจึงมีสิทธิ แต่จะเอาเรือนไปนั้นไม่ได้เป็นการนอกประเด็น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นพ่อตาโจทก์ ในการแต่งงานกับบุตรีจำเลยโจทก์เสียเงินค่าเรือนหอไป ๒๐๐ บาท แต่จำเลยไม่ได้ปลูกเรือนหอให้คงรักษาเงินนั้นอยู่ และได้ฝากทรัพย์ไว้หลายอย่างแก่+ โจทก์ขอทรัพย์ที่ฝากและเงินค่าเรือนหอคืน จำเลยไมให้ จำเลยต่อสู้ว่าได้ยกเรือนของจำเลยให้โจทก์ ต่อมาโจทก์ขอเงินค่าเรือนคืนว่าจะไปซื้อเรืออยู่ จำเลยก็คืนให้โจทก์ไปหมดแล้ว
ศาลฎีกาตัดสินว่าตามฟ้องและคำให้การของโจทก์และจำเลยจึงมีประเด็นฉะเพาะในข้อค่าเรือนหอว่าจำเลยคืนเงินให้ตามข้อต่อสู้แล้วหรือยัง ฉะนั้นจะฟังว่าโจทก์สมัครใจรับเอาเรือนแทนดังศาลชั้นต้นวินิจฉัยมานั้น เป็นการมิชอบ เพราะประเด็นในเรื่องนี้มีว่าได้คืนเงินค่าเรือนหอแล้วหรือยังซึ่งจำเลยได้เปลี่ยนรูปขึ้นเอง ฉะนั้นเมื่อฟังว่าจำเลยจะไม่คืนให้ จึงพิพากษาให้คืนเงินค่าเรือนหอให้โจทก์ตามฟ้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 726/2479
นายอู๋ ทองบู่ โจทก์
นายขาว ศุขเกษม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอู๋ ทองบู่ · จำเลย - นายขาว ศุขเกษม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระทิพย์ประชา · ศาลอุทธรณ์ - พระ+ปรีชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา