คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2479
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเคยต้องคำพิพากษามาครั้งหนึ่งเป็นเวลานานตั้ง 10 กว่าปีมาแล้วบัดนี้มากระทำผิดขึ้นอีก ศาลพิพากษาลงโทษเช่นนี้จะรอการลงอาญามิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยมีความผิดตาม ม.๒๕๖ จำคุก ๒ ปีลดเพราะรับสารภาพตาม ม.๕๙ กึ่งหนึ่งคงจำคุกไว้ ๑ ปี
จำเลยฎีกาข้อให้รอการลงอาญาปรากฎว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดแต่เป็นเวลาล่วงเลยมากว่า ๑๐ ปีแล้ว
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามมาตรา ๔๑ การจะรอการลงอาญาได้จะต้องปรากฎว่าจำเลยไม่เคยต้องคำพิพากษามาแต่ก่อน แม้ว่าการที่จำเลยเคยต้องคำพิพากษามาแล้วจะนานเพียงใดก็ดี ก็จะรอการลงอาญามิได้มาตรา ๔๒ และ ๗๒ จะอนุโลมไปใช้สำหรับ ม.๔๑ มิได้ จึงให้ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2479
อัยยการจังหวัดตรัง โจทก์
นายล่อย จริงจิตร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายล่อย จริงจิตร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · อมาตย · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ขุนเทพ+ · ศาลอุทธรณ์ - พระเทพปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา