คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 752/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเปลี่ยนแปลงฐานความผิดจากที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ถือเป็นการแก้ไขมาก
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ตาม ม.293 +กึ่งหนึ่งตาม ม.59 ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษตาม ม.294 ตอน 2 ซึ่ง+คงลงโทษตามบทที่หนักโดยมิได้เปลี่ยนฐานความ+ดังนี้ ถือว่าเป็นการแก้+เล็กน้อย ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ +ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา+ศาลชั้นต้นโดยเปลี่ยน+ความผิดนั้น ถือว่าเป็นการแก้ไขมาก ตามราย+ประชุมใหญ่ครั้งที่ +/79
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยเข้าไปเคหสถานลักเอาหีบเหล็กบรรจุธนบัตร์รวม ๑๗๗๑ บาท ๙๑ สตางค์ ของ พ.ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๒๙๓ ให้จำคุก ๑ ปีลดฐานรับสารภาพตามมาตรา ๕๙ คงให้จำคุก ๖ เดือน
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยลักทรัพย์ของ พ. ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลย ต้องมีผิดตามม.๒๙๓ ข้อ ๕ จึงให้จำคุกจำเลย ๒ ปีตามมาตรา ๒๙๔ ตอน ๒
จำเลยฎีกาในข้อที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลยพินิจลงโทษจำเลย อ้างว่าจำเลยฎีกาข้อเท็จจริงว่า เพราะศาลอุทธรณ์แก้มาอ้างฎีกาที่ ๙๕๒/๒๔๖๘
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ไม่ใช่เรื่องแก้มากเพราะศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์เช่นเดียวกัน ผิดกันแต่ให้ลงตามบทที่หนักแลมิได้ลดโทษให้จำเลยโดยดุลยพินิจของศาลอุทธรณ์เท่านั้น เรื่องเช่นนี้ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ฎีกาที่จำเลยอ้างเห็นว่าศาลชั้นต้นลงโทษฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ลงฐานรับของโจรนั้นเป็นการผิดฐานความผิดกัน คือว่าเป็นแก้มากแต่เรื่องการผิดฐานความผิดกัน คือว่าเป็นแก้มากแต่เรื่องนี้ศาลอุทธรณ์ หาได้แก้ฐานความผิดไม่ เห็นว่าจำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ใช้ดุลยพินิจลงโทษจำเลยไม่ได้ ให้ยกฎีกา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 752/2479
กรมอัยยการ โจทก์
นายเสตอร์ กัณหดุล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมอัยยการ · จำเลย - นายเสตอร์ กัณหดุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · มนธา · พลางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา