คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยเรียงกระทงความผิดได้เมื่อจำเลยกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน และหากศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริงอันเป็นการแก้มาก ก็สามารถฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยเรียงกะทงความผิดได้ในเมื่อปรากฎว่าจำเลยกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.218 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามม.243 +-276-299 ให้จำคุก 6 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้จำคุกตาม ม.297 -276 มีกำหนด 2 ปีดังนี้เป็นแก้มาก ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยเข้าฉุดคร่าห์พาเจ้าทุกข์ไปข่มขืนกระทำชำเราในป่าแล้วยังกระชากสร้อยคอของเจ้าทุกข์ไปอีกด้วย จึงพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๒๔๓-๒๗๖-๒๙๙-๗๑ ให้จำคุก ๖ ปี
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีผิดฐานฉุดคร่าห์ไปเพื่ออนาจารตาม ม.๒๗๖ กะทงหนึ่งแลฐานวิ่งราวทรัพย์ตาม ม.๒๙๗ กะทงหนึ่ง การกระทำของจำเลยต่างกรรมต่างวาระกัน จึงให้จำคุกจำเลยกะทงละ ๑ ปี รวม ๒ ปี
จำเลยฎีกาข้อเท็จจริง แลว่าศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยเรียงมาตราไม่ชอบ ควรลงโทษในบทที่หนัก
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน ศาลลงโทษจำเลยเรียงกะทงนั้นชอบแล้ว แลฟังข้อเท็จจริงยืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2479
อัยยการชุมพร โจทก์
นายวาศ มีปัญญา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการชุมพร · จำเลย - นายวาศ มีปัญญา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดูปลาตร์ · นล · อิศร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา