คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 910/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนชื่อและฐานะของหน่วยงานไม่มีผลทำให้สิทธิและหน้าที่ที่โอนให้กันนั้นเป็นการโอนหนี้และแปลงหนี้ใหม่
ย่อคำพิพากษา
สำนักพระคลังข้างที่ย่อมมีอำนาจฟ้องร้องบังคับตามสิทธิต่าง ๆ ซึ่งกรมพระคลังข้างที่มีอยู่ก่อนเวลาที่ได้โอนกิจการมาให้สำนักพระคลังข้างที่ตามพระราชกฤษฎีกาข้างบนนั้นได้ การเปลี่ยนชื่อและฐานะของกรมพระคลังข้างที่มาเป็นสำนักพระคลังข้างที่นั้นไม่มีผลทำให้สิทธิและหน้าที่ที่โอนให้กันนั้นมีลักษณเป็นการโอนหนี้และแปลงหนี้ใหม่ตามประมวลแพ่งฯ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ได้ความว่าชจำเลยได้เช่าตึกแถว ๒ ห้องจากกรมพระคลังข้างที่ จำเลยผิดสัญญาไม่ใช้ค่าเช่าเป็นเวลาหลายเดือน ค่าเช่าค้าง ๕๙๐ บาท โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยให้ชำระและให้ขับไล่จำเลย
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้โจทก์ชนะคดีเต็มตามฟ้อง
จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย โจทก์พึงได้รับอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาเมื่อพ.ศ. ๒๔๗๘ จะฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้างมาแต่ พ.ศ.๒๔๗๖ และ ๒๔๗๗ ไม่ได้
ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการโอนหนี้และแปลงหนี้ใหม่ และว่าคดีนี้จำเลยมีสัญญาผูกพันอยู่กับกรมพระคลังข้างที่ แม้ภายหลังจะเปลี่ยนชื่อและฐานะมาเป็นสำนักพระคลังข้างที่ขึ้นต่อสำนักพระราชวังก็ดี ก็หาทำให้สิทธิและหน้าที่ของกรมพระคลังข้างที่หมดไปไม่ย่อมโอนมาเป็นสำนักพระคลังข้างที่โดยผลของพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการในสำนักพระราชวังและสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ พ.ศ.๒๔๗๘ จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 910/2479
สำนักพระราชวังโดยพระยาชาติเดชอุดม เลขาธิการ โจทก์
นายฮี่กี่ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - สำนักพระราชวังโดยพระยาชาติเดชอุดม เลขาธิการ · จำเลย - นายฮี่กี่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · มนธา · อมาตย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา