คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920/2479
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลจะสั่งให้ริบสินบนที่ให้แก่กันโดยละเมิดกฎหมายนั้นจะต้องปรากฎในทางพิจารณาว่าสินบนนั้นตกอยู่แก่ใครที่ไหน มิฉะนั้นศาลไม่สั่งริบให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลย ๒ เดือนตาม ม.๑๒๕ ฐานให้สินบนแก่นายสิบตำรวจโท+เป็นเงิน ๓๐ บาท เพื่อให้ปล่อยตัวจำเลย แต่ในข้อที่ขอให้ริบเงิน ๓๐ บาทนั้นให้ยกเสีย
โจทก์ฎีกาว่า ตามฟ้องของโจทก์มีข้อความแสดงอยู่ในตัวเองว่า เงิน ๓๐ บาทนั้นอยู่ในความยึดถือของนายสิบตำรวจโท+แลตาม ม.๑+๑ ศาลมีอำนาจเรียกมาให้สั่งริบได้ แม้จะอยู่ในความยึดถือของผู้ใด
ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องโจทก์ที่กล่าวมายังไม่พอจะฟังได้แน่นอนว่าเงินสินบนนั้นอยู่ในความยึดถือของนายสิบตำรวจโท+หรือใครเห็นว่าความประสงค์ของกฎหมายในเรื่องริบทรัพย์ เมื่ออ่านมาตรา ๑๔๑ ประกอบกับ ม.๒๙ แล้ว ทรัพย์ที่จะให้ริบนั้นจะต้องปรากฎในทางพิจารณาว่า ตกอยู่แก่ใครที่ไหนมิฉะนั้นศาลจะไปสั่งให้ริบเอาจากใครที่ไหน จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920/2479
อัยยการนครปฐม โจทก์
นายด้วง ศิลาคำ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครปฐม · จำเลย - นายด้วง ศิลาคำ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · มนธา · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา