คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2479
ย่อคำพิพากษา
ข้อเท็จจริงใดที่ปรากฎชัดในเอกสารอยู่แล้ว ศาลมีอำนาจงดสืบพะยานบุคคลเสียได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่าภริยาจำเลยเอาเสื้อผ้าของจำเลยให้โจทก์ไป จำเลยพบโจทก์สรวมอยู่ จึงขอคืนโจทก์ไม่ยอม จึงขอให้เจ้าพนักงานจัดการเพื่อให้โจทก์คืนเสื้อผ้าแก่จำเลยเจ้าพนักงานจึงเชิญตัวโจทก์มาสอบสวนโดยมิได้ถูกจับกุมหรือควบคุมประการใดเจ้าพนักงานจึงจัดการเปรียบเทียบปราณีประนอมเลิกกันไป แลโจทก์ก็ยินยอมคืนเสื้อสักหลาดให้จำเลยไป โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๑๑๘-๒๗๐-๒๗๑
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมิได้แจ้งความหาว่าโจทก์ยักยอกเป็นแต่ไปร้องทุกข์ขอให้จัดการเรื่องเสื้อผ้าของจำเลยซึ่งตกอยู่ที่โจทก์ ที่มีคำว่า "ยักยอก" นั้นเป็นหมายเหตุที่เจ้าพนักงานจดไว้เอง แลคำร้องทุกข์ก็ไม่ใช่เป็นคำเท็จ เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแปลคำแจ้งความ แลถ้อยคำในใบแจ้งความก็ชัดดังที่ศาลล่างฟังมาแล้ว ส่วนการที่เจ้าพนักงานจัดไปอย่างไรนั้น แม้จะเนื่องมาจากคำร้องทุกข์ของจำเลยก็อยู่ในความวินิจฉัยของเจ้าพนักงานซึ่งจำเลยไม่ต้องรับผิด แลข้อที่โจทก์ค้านว่าศาลรวบรัดสืบพะยานไม่สิ้นกระแสความนั้น เป็นเรื่องมีข้อความขัดอยู่ตามเอกสารแล้ว จึงไม่ต้องสืบพะยานอีก จึงพิพากษายืนตามศาลล่างให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2479
รองอำมาตย์+ผ่อน กิจจำนง โจทก์
หลวงสมาน-ไมตรีรักษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - รองอำมาตย์+ผ่อน กิจจำนง · จำเลย - หลวงสมาน-ไมตรีรักษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา