คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2479
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยรับมอบหมายทรัพย์ไว้แล้วยักยอกเอาไปใช้เสียเป็นหน้าที่โจทก์ต้องสืบว่าจำเลยได้เอาไปใช้เป็นประโยชน์เสียโดยทุจจริตหาใช่หน้าที่ของจำเลยนำสืบไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นสมุหบัญชีกรมวังนอก ได้รับมอบหมายเงินจากกระทรวงคลังเพื่อเอาไปใช้หนี้ให้แก่เจ้าหนี้กระทรวงวัง แล้วยักยอกเอาเป็นประโยชน์ส่วนตน ขอให้ลงโทษ
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ โดยฟังข้อเท็จจริงว่าตามพฤตติการณ์ยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดดังโจทก์หา
โจทก์ฎีกาว่า เมื่อได้ความว่าจำเลยได้รับเงินรายนี้ไว้ จำเลยจึงต้องมีหน้าที่นำสืบว่าเงินรายนี้ไปตกอยู่แก่ใครที่ไหน
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ แลวินิจฉัยว่า ทางพิจารณาโจทก์ไม่มีพะยานมาสืบให้พอฟังได้ว่าจำเลยได้ทำการยักยอกจริง แลหาใช่หน้าที่จำเลยจะต้องนำสืบแสดงว่าตนไม่ได้เอาไปใช้ในทางทุจจริตไม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2479
พนักงานอัยยการ โจทก์
หลวงสุรบดีเสวิน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการ · จำเลย - หลวงสุรบดีเสวิน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · มนธา · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว.เสนีย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา