คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2480
ย่อคำพิพากษา
เมื่อฟ้องคดีต่อศาลแล้วเจ้าพนักงานก็ไม่มีสิทธิทำการสอบสวนเกี่ยวแก่จำเลยในคดีนั้น ผู้ที่ถูกสอบสวนในฐานะเป็นจำเลย ไม่ยอมตอบคำถามของเจ้าพนักงานได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมเจ้าพนักงานกรมการอำเภอทำการสอบสวนคดีอาญาเรื่อง ล.โจทก์ ป.จำเลย กรมการอำเภอได้สอบสวนจำเลยในคดีนี้เป็นพะยานไว้ครั้งหนึ่งแล้ว ต่อมาจำเลยในคดีนี้ได้ไปเบิกความเป็นพะยานต่อศาลในคดีเรื่องที่กล่าวแล้ว เมื่อจำเลยเบิกความต่อศาลแล้ว กรมการอำเภอทราบจากอัยยการ ว่าจำเลยเบิกความไม่ตรงกับคำที่สอบสวนไว้ เมื่อปลัดอำเภอตรวจดุคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนปรากฎว่าจำเลยไม่ได้ลงชื่อไว้ จึงหมายเรียกตัวจำเลยมาและจะจัดการให้จำเลยลงชื่อ แต่จำเลยไม่ยอมลงชื่อ ปลัด อำเภอ จึงกลับสอบสวนจำเลยใหม่ จำเลยไม่ยอมตอบโจทก์ จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา ม.๒๒๔ ข้อ ๒
ศาลฎีกาตัดสินว่าการสอบสวนเป็นเรื่องต้องทำในชั้นแรกก่อนยื่นฟ้องคดี หากจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมตามมาตรา ๑๔๑ วรรค ๓ และ ม.๑๔๓ แห่ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ก็จะต้องทำก่อนคดีมาสู่ศาล เมื่อคดีมาสู่ศาลเสียแล้วจะทำการสอบสวนใหม่ก็ไม่ทำให้เกิดประโยชน์แก่คดีอย่างใด อนึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นเนื่องจากพนักงานอัยยการแจ้งว่าคำให้การจำเลยต่อศาลไม่ตรงกับคำให้การชั้นสอบสวน ปลัดอำเภอจึงเรื่อกตัวจำเลยมาเพื่อสอบสวนทำนองจะเอาผิดแก่จำเลย ๆ จึงมีสิทธิไม่ยอมตอบได้ จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ยืนตามศาลล่างทั้ง ๒
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2480
อัยยการพระนครศรีอยุธยา โจทก์
นายจำรัส ดีเจริญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นายจำรัส ดีเจริญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · วิกรม · พลางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา