คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1287/2480
ย่อคำพิพากษา
จับคนไปกักขังไว้เพื่อเรียกสินไถ่ แม่จะยังมิได้เรียกร้องเอาค่าสินไถ่นั้น ก็ตามก็ต้องมีความผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยกับพวกสมคบกันปล้นทรัพย์ ค. กับ ท. แล้วจับเอา ค. กับ ท. ไปกักขังไว้ ค. หนีมาได้ ระหว่างส่วน ท. ต้องถูกกักขังอยู่ ๕ - ๖ วันจึงถูกปล่อยตัวมา
ศาลฎีกา ตัดสินว่าตามพฤตติการณ์ที่ปรากฎในคดีนี้ จำเลยได้ปล้นทรัพย์แล้ว จับตัวเจ้าทุกข์พาไปกักขังไว้ ๑ วันคนหนึ่ง ๕ - ๖ วันคนหนึ่งจะเพื่อเหตุอันใดคืออาจเอาตัวไปเพื่อเรียกสินไถ่หรือเพื่อตัดพะยานในเรื่องปล้น แต่คดีนี้มีผู้ได้ยินจำเลยปรึกษากันในวันที่จะจับเจ้าทุกข์เพื่อเรียกสินไถ่ และยังมีคำพูดของจำเลยว่าถ้ามีคนมาขอจึงจะปล่อย และว่าถ้าไม่ให้เงินจะยิงเสียดังนี้ พอสันนิฐานได้แล้วว่า จำเลยเอาตัวเจ้าทุกข์ไปเพื่อเรียกสินไถ่และก็เมื่อจำเลยได้เอาตัวคนไปกักไว้เพื่อเรียกสินไถ่แล้ว ก็ครอบองค์ความผิดแล้วจำเลยจะได้เรียกร้องเอาทรัพย์สินเนื่องในความผิดนั้นไปแล้วหรือไม่ ๆ สำคัญ จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลเดิมให้ลงโทษจำเลยตาม ม. ๒๗๐ และ ๓๐๑ ตามที่แก้ไขใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1287/2480
อัยยการ กำแพงเพ็ชร์ โจทก์
นายซุ่ม คชพล ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการ กำแพงเพ็ชร์ · ล. - นายซุ่ม คชพล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · พลางกูร · เทฟโนต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา