คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 152/2480
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาทางพระราชไมตรีทำให้คนในบังคับของรัฐต่างประเทศมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลไทยได้ แต่ต้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น ส่วนปัญหาข้อเท็จจริง เช่น การกระทำใดเป็นการประกอบอาชีพค้าของเก่า ไม่อยู่ในขอบเขตที่สามารถอุทธรณ์ฎีกาได้
ย่อคำพิพากษา
สัญญาทางพระราชไมตรีในคดีที่คนในบังคับอังกฤษเป็นคู่ความฎีกาได้แต่ฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมาย ปัญหาว่าการกระทำอย่างไรเรียกว่าเป็นการประกอบอาชีพค่าของเก่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยได้ขายเสื้อเก่า ๆ ซึ่งซื้อมาจากโรงรับจำนำในกรุงเทพฯ และเหลือใช้ส่วนตัวและแจกเพื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน การกระทำดังนี้ไม่ใช่เป็นการประกอบการอาชีพ จำเลยยังไม่มีผิด จึงให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกาว่าจำเลยค้าเพื่อหากำไรก็ตรงกับอาชีพแล้ว
ศาลฎีกาตัดสินว่าเรื่องนี้ฎีกาได้แต่ข้อกฎหมายเท่านั้น ปัญหาว่าอย่างไรเป็นการประกอบอาชีพนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเพราะเป็นศัพท์ธรรมดา ซึ่งกฎหมายมิได้บัญญัติไว้ว่าให้เป็นอย่างไร จึงต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป ฉะนั้นโจทก์จึงฎีกามิได้ จึงให้ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 152/2480
อัยยการนครศรีธรรมราช โจทก์
นายลาเอ็ก ( บังคับอังกฤษ ) จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายลาเอ็ก ( บังคับอังกฤษ ) |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา