คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 259/2480
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ร่วมกันขวางทางไม่ให้ผู้ถูกทำร้ายหนีออกไป ย่อมมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกันในการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น
ย่อคำพิพากษา
คน 7 คนๆหนึ่งเข้าไปในห้องแล้วทำร้ายร่างกายเขา พอผู้ถูกทำร้ายจะหนีออกนอกห้อง พรรคพวกอีก 6 คนที่ยืนอยู่หน้าห้องก็กวัดแกวงไม้สะกัดไม่ยอมให้ออกมาผู้ถูกทำร้ายจำต้องถอยเข้าไปในห้องจนถูกทำร้ายถึงตาย เช่นนี้พรรคกพวก 6 คนต่างมีความผิดฐานเป็นตัวการในการฆ่าคนด้วยสัญญาทางพระราชไมตรีคดีที่คนในบังคับอักฤษเป็นคู่ความฎีกาได้แต่ฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยที่ ๑ มีความโกรธแค้น ว.มารดาผู้ตายในเรื่องจะยกผู้ตายให้เป็นภริยาคนอื่น ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ เข้าไปในห้อง ว.ส่วนจำเลยอีก ๖ คนยืนอยู่หน้าประตู จำเลยที่ ๑ ได้ใช้มีดเหน็บแทงผู้ตายที่กลางหลัง ๑ ที ผู้ตายวิ่งหนีออกไปทางหน้าห้อง จำเลยทั้ง ๖ คนกวัดแกว่งมีดไม้ไม่ยอมให้ผู้ตายออกได้และร้องประกาศไม่ให้ใครช่วย ผู้ตายจึงถอยกลับแล้วจำเลยที่ ๒ ได้ใช้มีดดาบฟันถูกแขนผู้ตาย ๒ ที ผู้ตายร้องให้ช่วย พอดีจำเลยที่ ๑ เข้ามาถึงตัวใช้มีดแทงผู้ตายหลายทีจนล้มลงขาดใจตาย
ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยทุกคนมีส่วนในการฆาฎกรรมนี้เป็นผลสำเร็จ จำเลยรู้เห็นเป็นใจไปกระทำผิดด้วย แม้จะแบ่งแยกกันทำก็ต้องรับผิดในฐานเป็นตัวการด้วยกันทุกคน จึงพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีผิดตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๒๕๐ ข้อ ๓ ให้ประหารชีวิตจำเลยนอกนั้นมีผิดตาม ม.๒๔๙
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 259/2480
อัยยการพิษณุโลก โจทก์
นายอัตราคานที่ 1 นายสกันดาราคานที่ 2 นายรัดมีระคานที่ 3 นายมักคะมา
ยานที่ 4 นายซาวูสะคานที่ 5 นายเมียอายานที่ 6 นายคานยาลัมที่ 7 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพิษณุโลก · นายมักคะมา - นายอัตราคานที่ 1 นายสกันดาราคานที่ 2 นายรัดมีระคานที่ 3 · จำเลย - ยานที่ 4 นายซาวูสะคานที่ 5 นายเมียอายานที่ 6 นายคานยาลัมที่ 7 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · วิกรม · เทฟโนต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา