คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 370/2480
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ไม่สืบให้สมตามหน้าที่นำสืบ ศาลต้องยกฟ้องโจทก์
ย่อคำพิพากษา
หน้าที่นำสืบ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานกีดกั้นทางหลวงจำเลยต่อสู้ฟ้องโจทก์ขาดอายุความดังนี้ เป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องสืบให้สม เมื่อโจทก์ไม่สืบก็ต้องยกฟ้องโจทก์
คำรับของจำเลยฟังลงโทษได้เพียงไร
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างเดือนเมษายน พ.ศ.๒๔๗๗ ตลอดมาจน พ.ศ.๒๔๗๘ แลเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๔๗๙ จำเลยได้บังอาจปลูกต้นกก แลกั้นรั้วไม้ทิ้งทับถมในลำแม่น้ำจันทบุรี ซึ่งเป็นทางหลวง ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๓๖(๒)
จำเลยรับว่าได้ปลูกต้นกกทุกปี เสมอมาแต่ตัดฟ้องว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตาม ม.๗๘(๔)
ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำรับของจำเลยไม่ได้ว่าปลูกเมื่อไร จำเลยกลับสู้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ โจทก์จะต้องนำสืบว่าไม่ขาดอายุความ แต่โจทก์หานำสืบไม่ ศาลจะลงโทษจำเลยทั้ง ๆ ที่จำเลยตัดฟ้องว่าขาดอายุความหาได้ไม่
ส่วนข้อที่จำเลยรับว่าในปี พ.ศ.๒๔๗๙ จำเลยปลูกเมื่อเดือน ๑๑ ก็เป็นเวลาภายหลังฟ้องคดีนี้ และสำหรับปี พ.ศ.๒๔๗๘ ถ้าจำเลยปลูกก่อนวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ก็ย่อมขาดอายุความ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 370/2480
อัยยการจันทบุรี โจทก์
นายพวย จันทประดิษฐ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจันทบุรี · จำเลย - นายพวย จันทประดิษฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดูปลาตร์ · มนธา · อมาตย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา