⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 476-477/2480

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 476-477/2480

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลธรรมดาที่สมคบกับเจ้าพนักงานเพื่อกระทำความผิด ต้องรับผิดตามกฎหมายอาญาในความผิดนั้นๆ ด้วย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยสมคบกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานจับหญิงไปขังไว้แล้วให้พรรคพวกไปหลอกลวงผู้ปกครองหญิงให้ ๆ เงินแก่ตนโดยอ้างว่าจะเอาไปให้ตำรวจเพื่อให้ปล่อยตัวหญิงนั้น ต้องมีผิดตาม ม.304 ด้วยบุคคลธรรมดาที่สมคบกันเจ้าพนักงานไปกระทำผิดต้องตาม ม.136 ไม่มีผิดตามมาตรานี้ พฤตติการณ์ที่เป็นผิดตาม ม.136 โจทก์ฟ้องบรรยายความแต่เพียงว่ามีผู้พาหญิงไปหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ที่บ้านจำเลยลอย ๆ ดังนี้ ไม่นับว่าเป็นฟ้องอันถูกต้องตาม ม.158(5) โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักพาหญิงไปเรียกค่าไถ่ขอให้ลงโทษตาม ม.136-270 และ 303 แต่ศาลเห็นว่าจำเลยมีผิดตาม ม.304 ก็ลงโทษตามมาตรานี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่านายชุน นายสนิท ส.ต.ต.สวัสดิ์ และนานชื้นจำเลยได้สมคบกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานจับกุม ช.หญิงสาวไปหล่วงเหนี่ยวกักขังไว้ที่บ้านนายประสานจำเลยเพื่อเรียกเอาสินไถ่ แล้วนายสนิทกับนางลูกจันจำเลยได้ขู่เข็ญผู้ปกครอง ช.ให้ส่งเงิน ๑๔๐ บาทเพื่อเป็นสินไถ่ให้จำเลยปล่อย ช.ขอให้ลงโทษตาม ม.๑๒๗-๑๓๖-๒๖๘-๒๗๐-๓๐๓ ก่อนสืบพะยานนายสนิทกับนางลูกจันหนีไป ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วฟังว่านายชุน ส.ต.ต.สวัสดิ์และนายชื้นจำเลยมีความผิดตาม ม.๑๓๖-๒๖๘-๒๗๐ นายชื้นยังมีผิดตาม ม.๑๒๗ อีกบทหนึ่ง พิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง ๓ คนตาม ม.๑๓๖ อันเป็นบท++++แต่บทเดียว ให้จำคุกไว้คนละ ๖ ปี ส่วนนายประสานจำเลยให้ปล่อยตัวไปเพราะฟ้องโจทก์มิได้แสดงความผิดของนายประสาน โจทก์ฎีกาในข้อที่ศาลอุทธรณ์ปล่อยนายประสานจำเลยที่ต้องโทษฎีกาว่าไม่มีความผิด ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าในวันเกิดเหตุนายชุนจำเลยได้พา ช.ซึ่งเป็นหญิงขายน้ำชาไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วนายสนิท ส.ต.ต.สวัสดิ์และนายชื้นจำเลยได้เข้าไปในห้องที่นายชุนและ ช.อยู่ แล้วนายชื้นจำเลยได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจจับ ช.ไปหาว่าเป็นหญิงนครโสเภณีไม่ได้รับอนุญาตแล้วพา ช.ไปบ้านนายประสานจำเลย แล้วนายสนิทกับนางลูกจันพวกจำเลยได้ไปหลอกลวงผู้ปกครอง ช.ให้ ๆ เงินตน ๑๔๐ บาท เพื่อจะได้เอาไปให้ตำรวจ ๆ จะได้ปล่อย ช.มา ผู้ปกครอง ช.ยอมให้เงินแก่จำเลย ศาลฎีกาตัดสินว่า จำเลยทั้ง ๓ มีความผิดตาม ม.๓๐๔ แม้โจทก์จะมิได้อ้างมาตรานี้มาเป็นบทลงโทษศาลก็มีอำนาจลงได้ตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๑๙๒ วรรค ๔ แต่ฉะเพาะ ส.ต.ต.สวัสดิ์นั้นมีผิดตาม ม.๑๓๖ ด้วย ให้ลงโทษตาม ม.๑๓๖ ซึ่งเป็นบทหนัก แต่จำเลยอื่นไม่มีผิดตาม ม.๑๓๖ เพราะไม่ใช่เจ้าพนักงาน จำเลยทั้ง ๓ ยังมีผิดตาม ม.๒๗๐ อีก กะทงหนึ่งด้วย นายชื้นได้แสดงตนว่าเป็นตำรวจไปกับ ส.ต.ต.สวัสดิ์จึงมีผิดตาม ม.๑๒๗ อีกกะทงหนึ่ง แต่ต้องรวมกะทงลงโทษจำเลย จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้จำคุก ส.ต.ต.สวัสดิ์ ๖ ปีตาม ม.๑๓๖-๒๗๐ นายชื้น ๖ ปี ตาม ม.๓๐๔-๒๗๐-๑๒๗ นายชุน ๕ ปีตาม ม.๓๐๔-๒๗๐ สำหรับฎีกาของโจทก์นั้นเห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวถึงตัวนายประสานแต่เพียงว่านายสนิท ส.ต.ต.สวัสดิ์ได้จับกุม ข.ไปหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ที่บ้านนายประสานเท่านั้น ไม่มีตอนใดพาดพิงมาให้เห็นว่านายประสานจำเลยได้ทำกิจอันใดลงจนถึงกับเป็นผิดดังโจทก์ขอมาในฟ้อง จึงนับว่าเป็นฟ้องไม่ถูกต้องตาม ม.๑๕๘ (๕) แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ในข้อนี้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 476 - 477/2480 พนักงานอัยยการ โจทก์ นายสนิท ฉิมสวัสดิ์ นายชุน จำเลย ต้นตระกูล สิบตำรวจตรีสวัสดิ์ ยิ้มอารีย์ นายประสาน สิงหะพันธ์ นางลูกจันทร์หรือง้วย แซ่แต้ นายชื้น โรจนวิภาค

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยยการ · จำเลย - นายสนิท ฉิมสวัสดิ์ นายชุน · สิบตำรวจตรีสวัสดิ์ - ต้นตระกูล · สิงหะพันธ์ - ยิ้มอารีย์ นายประสาน · แซ่แต้ - นางลูกจันทร์หรือง้วย · โรจนวิภาค - นายชื้น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดูปลาตร์ · นลราช · อมาตย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา