คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2480
ย่อคำพิพากษา
จำนอง หลักฐานการชำระหนี้การชำระดอกเบี้นในหนี้จำนองนั้น จักต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ จะนำพะยานบุคคลมาสืบแสดงมิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยจำนองที่บ้านและนาไว้แก่โจทก์ ๑๔๓๒ บาท จำเลยค้างดอกเบี้ย ๒๑๓ บาท ๗๕ สตางค์ โจทก์จึงฟ้องขอให้ชำระค่าดอกเบี้ยที่ค้าง จำเลยต่อสู้ว่าดอกเบี้ยจำนวนนี้โจทก์รับไปแล้ว แต่หาได้มีใบเสร็จรับเงินไม่
ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าหนี้จำนองนั้นตรงกันกับหนี้ในประมวลแพ่งฯ ม.๓๒๖ และการจำนองก็คือการกู้ยืมโดยเอาทรัพย์เป็นประกันนั่นเอง ฉะนั้นการชำระดอกเบี้ยจึงต้องมีใบเสร็จเป็นหลักฐาน จกะนำพะยานบุคคลเข้าสืบมิได้ เพราะขัดกับ ม.๖๕๓ วรรค ๒ จึงพิพากษาให้จำเลยชำระเงินที่ฟ้องใฟ้โจทก์
ศาลฎีกาตัดสินว่ากรณีเช่นนี้จะเรียกว่าจำนองหรือกู้ยืมก็ตาม แต่วัตถุแห่งหนี้ก็คือเงินที่โจทก์โอนกรรมสิทธิให้จำเลยยืมใช้สิ้นเปลืองไป การชำระหนี้ก็ต้องมีหลักฐานแห่งหนี้ได้เวนคืนแล้วจะฟังพะยานบุคคลมิชอบ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2480
นางมี แก้วดี โจทก์
นายม่วง โพนงาม (นางตุ้ม ภรรยาผู้รับมฤดกความ) จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางมี แก้วดี · จำเลย - นายม่วง โพนงาม (นางตุ้ม ภรรยาผู้รับมฤดกความ) |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · พลางกูร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา