คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 535/2480
ย่อคำพิพากษา
การตกลงให้เจ้าพนักงานไปทำแผนที่วิวาท ถ้าปรากฎว่าที่นั้นอยู่ในโฉนดฝ่ายใดอีกฝ่าย 1 ยอมแพ้คดีนั้นทนายมีอำนาจทำได้ตามลำพังการตั้งประเด็นให้ศาลวินิจฉัยและการงดสืบพะยานนั้นทนายมีอำนาจทำได้ตามลำพัง
การค้านว่าผู้พิพากษาศาลชั้นต้นนั่งไม่ครบคณะนั้นต้องคัดค้านเสียในขณะนั้นจะมาร้องคัดค้านภายหลังไม่ได้ อ้างฎีกาที่ 928/2472
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องวาจำเลยปลูกเรือนรุกเข้าไปในที่ของโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้รุกที่ของโจทก์
ปรากฎตามรายงานพิจารณาก่อนสืบพะยานว่า โจทก์จำเลยได้ตกลงกันให้เจ้าพนักงานไปทำแผนที่วิวาท ถ้าที่วิวาทอยู่ในเขตต์โฉนดของจำเลย โจทก์ยอมแพ้ ถ้าอยู๋ในเขตต์โฉนดของโจทก์ จำเลยยอมแพ้ทนายโจทก์กับตัวจำเลยเป็นผู้ลงนามในรายงานพิจารณา เมื่อเจ้าพนักงานไปทำแผนที่แล้ว ปรากฎว่าที่วิวาทนี้อยู่ในเขตต์โฉนดของโจทก์
ศาลล่างพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยคัดค้านว่าข้อตกลงในรายงานพิจารณาเป็นการจำหน่ายสิทธิ ทนายโจทก์ไม่มีอำนาจทำไปตามลำพัง ข้อตกลงในรายงานจึงเป็นโมฆะนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าข้อตกลงนั้นไม่ใช่เรื่องจำหน่ายสิทธิ เป็นเรื่องเช่นเดียวกันทนายตั้งประเด็นให้ศาลวินิจฉัย และเรื่องงดสืบพะยาน ซึ่งทนายมีอำนาจทำได้ ส่วนเรื่องคัดค้านว่าผู้พิพากษานั่งไม่ครบคณะ จำเลยไม่ได้คัดค้านในเวลานั้น จะคัดค้านภายหลังไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 535/2480
หลวงราชไมตรี โจทก์
ขุนประเทิงคดี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - หลวงราชไมตรี · จำเลย - ขุนประเทิงคดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · นล · อิศร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา